เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

10 เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ยี่ห้อไหนดี ใช้ง่าย ทำกาแฟอร่อย ปี 2026 - แนะนำ

แนะนำ 10 เครื่องชงกาแฟ อิตาลี จากแบรนด์ชั้นนำ ที่ช่วยทำกาแฟให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่แข็งแรง ทนทาน มีทั้งแบบ หัวเดียว และ 2 หัว อาทิ Delonghi, Taurino และ Gaggia


Editor · Updated 26 Jul 2024

ลิงก์บางลิงก์ในคู่มือนี้เป็นลิงก์พันธมิตร หากคุณซื้อผ่านลิงก์เหล่านั้น เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม สิ่งนี้ไม่เคยมีผลต่อสินค้าที่เราเลือกหรือวิธีที่เราจัดอันดับ

10 เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ยี่ห้อไหนดี ใช้ง่าย ทำกาแฟอร่อย ปี 2026 - แนะนำ

ช่วงโควิดอย่างนี้คอกาแฟทั้งหลายคงลำบากไม่ใช่น้อย เพราะการออกไปคาเฟ่แแต่ละครั้งก็เสี่ยงต่อการรับเชื้อ ครั้นจะสั่งแบบเดลิเวอรี่ให้มาส่งที่บ้าน กาแฟก็อาจรสชาติไม่ดีเหมือนกับการดื่มที่ร้าน ดังนั้น การมีเครื่องชงกาแฟติดบ้านไว้น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะ และในบทความนี้ เราได้นำ 10 เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ใช้ง่าย คุณภาพดี มาฝากคุณแล้วจะซื้อติดบ้าน หรือจะใช้เป็นเครื่องสำหรับทำกาแฟขายก็ได้เช่นกัน 

สารบัญ

10 เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ยี่ห้อไหนดี ใช้ง่าย ทำกาแฟอร่อย ปี 2026 - แนะนำ

เครื่องชงกาแฟ อิตาลี Delonghi เครื่องชงกาแฟหัวเดียว ฟังก์ชั่นใช้ง่าย 1 จาก 10
DELONGHI เครื่องชงกาแฟ รุ่น ECAM22110B
DELONGHI
จาก 22,990บาท
ปรับระดับการบดได้ถึง 13 ระดับ
โปรแกรมล้างเครื่องและล้างตะกรันอัตโนมัติ
อาจไม่เหมาะสำหรับร้านขนาดใหญ่
อีก 2 ข้อ
หัวจ่ายกาแฟสามารถปรับระดับความสูงของแก้วได้
มีหน้าจอ LCD แสดงผลการทำงาน

หากจะจัดอันดับว่า เครื่องชงกาแฟ อิตาลียี่ห้อไหนดี ต้องมีชื่อแบรนด์ De'Longhi ติดมาเป็นลำดับต้น ๆ แน่นอน แบรนด์นี้มาจากประเทศอิตาลี ไว้วางใจเรื่องคุณภาพได้เลย รุ่นนี้สามารถใช้สำหรับทำกาแฟขายในคาเฟ่เล็ก ๆ เพราะมาพร้อมกำลังไฟ 1,450 วัตต์ แรงดัน 15 บาร์  รองรับได้ทั้งกาแฟผงและแบบเมล็ด โดยชงกาแฟพร้อมกัน 2 แก้วได้ด้วยการบดเพียงครั้งเดียว ปรับระดับความเข้มข้นของกาแฟและระดับน้ำได้ ทำความร้อนด้วยเทอร์โมบล็อก ได้อุณหภูมิที่คงที่และแม่นยำ ซึ่งนี่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ De’Longhi แท็งก์น้ำมีความจุ 1.8 ลิตร และมีตัวบอกระดับน้ำ แถมยังมาพร้อมฟังก์ชั่นอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติได้ รวมถึงระบบเตือนเมื่อกากกาแฟเต็ม

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"เครื่องทำงานดีครับ"

เครื่องชงกาแฟ อิตาลี Taurino ระบบอัตโนมัติ ทำได้หลายเมนู 2 จาก 10
Taurino เครื่องชงกาแฟ อัตโนมัติ Taurino Auto C2602 (Black)
Taurino
จาก 28,900บาท
มีปุ่มกดตามการใช้งานที่ต้องการ
มีปุ่มปรับระดับการบดเมล็ดกาแฟ
อาจไม่เหมาะสำหรับร้านขนาดใหญ่
อีก 1 ข้อ
ขนาดกะทัดรัดเหมาะกับพื้นที่จำกัด

หากคุณมองหา เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว สำหรับใช้ในบ้านหรือตั้งไว้ในออฟฟิศเล็ก ๆ Taurino รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมาในขนาดกะทัดรัด ที่สำคัญคือเป็น เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติที่้ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายมาก เพียงกดปุ่มสั่งการก็สามารถเลือกได้ทั้งกาแฟแบบเอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ คาปูชิโน่ และอื่น ๆ ตามต้องการ โดยเครื่องนี้มีโถที่จุเมล็ดกาแฟได้ 250 กรัม สามารถทำกาแฟได้ 30 แก้วต่อวัน ตัวเครื่องเป็นสีดำเรียบหรู กำลังไฟฟ้า 1,400 วัตต์ แรงดันอยู่ที่ 19 บาร์

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"ใช้งานง่าย ทำได้หลายเมนู"

Delonghi เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว ใช้งานง่าย 3 จาก 10
DELONGHI เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ รุ่น ECP35.31
DELONGHI
จาก 7,920บาท
มีระบบตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติแบบอิเล็กทรอนิกส์
มีปุ่มลูกบิดควบคุมการเป่าไอน้ำ
อีก 2 ข้อ
ตรงถาดรองน้ำหยดสามารถถอดได้
ราคาถูก

ชงกาแฟแบบมืออาชีพ ด้วย เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว จาก DELONGHI ซึงเป็นเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ แข็งแรงทนทานเพราะหม้อต้มเป็นสแตนเลสสตีล ก้านชงกาแฟตกแต่งด้วยอะลูมิเนียม มาพร้อมกำลังไฟ 1,100 วัตต์ แรงดัน 15 บาร์ จุน้ำได้ 1.1 ลิตร ใช้ได้ทั้งกับกาแฟคั่วบด (1 ช็อต 2 ช็อต และกาแฟพ็อด มีตัวควบคุมอุณหภูมิ 2 ตัวที่แยกกัน สำหรับควบคุมอุณหภูมิน้ำและควบคุมไอน้ำ นอกจากทำเอสเพรสโซ่ได้แล้วยังน่าจะถูกใจคนชอบคาปูชิโน่ เพราะมีระบบควบคุมฟองนมสองระดับ สำหรับทำฟองนมแบบหนานุ่มและนมร้อน

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แรงดันน้ำอาจไม่สะใจคอกาแฟเข้มข้น แต่ก็รับได้"

เครื่องชงกาแฟ อิตาลี 2 หัว ที่บาริสต้าเลือกใช้ เครื่องชงกาแฟ ฟังก์ชั่นครบ 4 จาก 10
Rocket Espresso เครื่องชงกาแฟ 2 หัวชง รุ่น Boxer
Rocket Espresso
จาก 194,000บาท
มี Shot Timer นาฬิกาจับเวลาสกัดชอต
หม้อต้มระบบเทอร์โมไซฟ่อน ช่วยประหยัดพลังงาน
ราคาสูง
อีก 1 ข้อ
ดีไซน์สวยงาม

ใครที่มีงบประมาณมากหน่อยแล้วอยากได้ เครื่องชงกาแฟ อิตาลี 2 หัว คุณภาพสูง มาไว้ทำกาแฟขาย ลองเลือก Rocket Espresso Milano กันดู รับรองไม่ผิดหวัง แบรนด์นี้เป็นแบรนด์จากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี รับประกันความคุ้มค่าเพราะเป็นเครื่องชงกาแฟที่ผลิตแบบแฮนด์เมค ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสคุณภาพดี หม้อต้มมีขนาด 13.2 ลิตร ทำจากทองแดง สามารถทำความร้อนได้รวดเร็ว มาพร้อมกำลังไฟฟ้าถึง 4,300 วัตต์ การทำงานควบคุมด้วยระบบไมโครโปรเซสเซอร์ สามารถชงเอสเพรสโซ่ได้เฉลี่ยถึง 120 แก้วต่อชั่วโมง ตัวก้านสตรีมนมกันความร้อนได้

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"กาแฟที่ได้รสชาติคงที่"

เครื่องชงกาแฟ อิตาลี Delonghi ดีไซน์สวย คุณภาพเยี่ยม 5 จาก 10
DELONGHI เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ รุ่น EC785BG
DELONGHI
จาก 12,000บาท
ฐานรองแก้วสามารถรองรับแก้วทรงสูงได้ถึง 12 เซนติเมตร
ก้านตีฟองนมสามารถปรับระดับได้ทั้งฟองนม และนมร้อน
อีก 2 ข้อ
ถาดรองน้ำหยดสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่าย
ดีไซน์เครื่องสวยงาม

เครื่องชงกาแฟ อิตาลี delonghi รุ่นที่เรายกมาแนะนำนี้เป็น เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ หัวเดียว ขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการวางไว้ใช้ที่บ้านหรือคอนโด ตัวเครื่องมีความสวยงาม ทำจากสแตนเลสเคลือบสีด้านอย่างดี ทำงานด้วยกำลังไฟ 1,350 วัตต์ แรงดัน 15 บาร์ ทำความร้อนด้วยเทอร์โมบล็อก ซึ่งให้ความร้อนได้อย่างรวดเร็วและคงที่ ชงกาแฟได้ทั้งแบบผง 1 ช็อต, 2 ช็อต และกาแฟพ็อต และมีหัวทำฟองนม สำหรับการทำกาแฟคาปูชิโน โดยปรับระดับของฟองนมได้

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"ทำกาแฟง่าย ฟองนมละเอียดดี"

สร้างสรรค์กาแฟได้หลากหลาย ด้วยเครื่องชงกาแฟ Gemilai 6 จาก 10
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Gemilai รุ่น CRM 3605
Gemilai
จาก 6,509บาท
มีปุ่มกดอัตโนมัติ และไฟแจ้งสถานะการทำงาน
มีฟังก์ชั่นตั้งเวลาในการชง
อีก 2 ข้อ
ตัวแทงก์น้ำ และถาดรองกาแฟ ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย
ปิดเครื่องโดยอัตโนมัติหากไม่ใช้นานเกิน 15 นาที

สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้ เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ที่คุ้มค่ากับราคา ลองพิจารณา เครื่องชงกาแฟ หัวเดียว อิตาลี แบรนด์ Gemilai ตัวเครื่องและอุปกรณ์ทำจากสแตนเลสและพลาสติกเนื้อหนา คุณภาพดี มีความแข็งแรง ทนทาน ทำงานด้วยแรงดันน้ำ 15 บาร์ กำลังไฟ 1,450 วัตต์ ฟังก์ชั่นการชงมาแบบจัดเต็ม ควบคุมอุณหภูมิน้ำด้วยความแม่นยำที่ 92 องศา มีระบบจ่ายน้ำร้อนแยกออกต่างหากสำหรับการทำน้ำร้อนและฟองนม โดยมีลูกบิดปรับแรงดันเพื่อเพิ่มความละเอียดของฟองนม และยังมีหัวฉีดไอน้ำที่หมุนได้ 360 องศา

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"ดีค่ะ ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไร"

Gaggia เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว 7 จาก 10
เครื่องชงกาแฟ GAGGIA Classic EVO PRO Espresso Machine
GAGGIA
จาก 27,400บาท
ตัวตะกร้าชงสามารถถอดออกเปลี่ยนได้
แผงควบคุมใช้งานง่าย
อีก 1 ข้อ
สามารถตีฟองนมได้ละเอียด

ถ้าถามเหล่าบาริสต้าว่า เครื่องชงกาแฟสด ยี่ห้อไหนดี GAGGIA  ก็เป็นอีหนึ่งคำตอบที่ติดโผมาแน่ ๆ เพราะแบรนด์เป็นแบรนด์คุณภาพสูงจากประเทศอิตาลี  ซึ่งรุ่นที่เราแนะนำนี้เป็น เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว ที่ทำงานด้วยกำลังไฟ 1,200 วัตต์ แรงดัน 15 บาร์ มาพร้อมตะกร้าชง 3 ใบ ได้แก่ แบบ single shot หลายรู, แบบ double shot หลายรู, และแบบ double shot รูเดียวที่สามารถเพิ่มแรงดันในตัว ถังทำมาจากสเตนเลสสตีล ส่วนหม้อต้มเป็นอลูมิเนียมอโนไดซ์ ที่ให้ความร้อนได้ไว ด้ามชงเป็นทองเหลืองอย่างหนาเคลือบโครเมียม ก้านตีฟองนมสเตนเลสสตีลสองทาง

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"สวยงามมาก มีอุปกรณ์แถมมาให้"

เครื่องชงกาแฟ - NUOVA Simonelli ใช้ง่าย ความปลอดภัยสูง 8 จาก 10
เครื่องชงกาแฟ - NUOVA Simonelli รุ่น OSCAR II
NUOVA Simonelli
จาก 45,000บาท
สามารถตีฟองนม และชงกาแฟพร้อมกันได้
ตั้งระดับน้ำกาแฟหัวชงได้
อีก 1 ข้อ
ชงกาแฟได้ถึง 45 แก้ว / ชั่วโมง

อีกหนึ่ง เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว ที่น่าสนใจ ขอยกให้เครื่องชงกาแฟจากแบรนด์ NUOVA Simonelli ซึ่งนำเข้าจากอิตาลีเช่นกัน รุ่นนี้มาพร้อมถังน้ำที่มีความจุถึง 3 ลิตร ถอดทำความสะอาดได้ง่าย ตัวเครื่องใช้กำลังไฟ 1200 วัตต์ แรงดันปั๊มอยู่ที่ 18 บาร์ เหมาะสำหรับการทำกาแฟขายอย่างยิ่ง สามารถเลือกการใส่น้ำได้ 2 ระบบ คือ การต่อท่อน้ำตรง หรือแท็งก์น้ำในตัว หม้อต้มน้ำทำจากทองเหลือง หากน้ำในถังหมดจะมีการตัดไฟอัตโนมัติ ส่วนตัวก้านชงทำด้วยกทองเหลืองชุบโครเมียม ดูดีน่าใช้

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"ตัวเครื่องสวยงาม ใช้งานง่ายดี"

เครื่องชงกาแฟ HILLKOFF สวยงาม ใช้งานสะดวก 9 จาก 10
Hillkoff เครื่องชงกาแฟ La Nuova Era Dream 1 หัวชง
Hillkoff
จาก 47,500บาท
มีระบบ Pre-Infusion Program ช่วยสกัดน้ำกาแฟให้ได้รสชาติดีมากขึ้น
ตัวเครื่องดีไซน์สวยงามไม่ซ้ำใคร
อีก 1 ข้อ
ขนาดกะทัดรัด หาพื้นที่จัดวางง่าย

หากอยากอุดหนุนแบรนด์ไทยที่ใช้วัสดุจากอิตาลีโดยตรง และเป็นเครื่องชงกาแฟที่คุณภาพวางใจได้ ขอแนะนำให้เลือกใช้ HILLKOFF ศูนย์รวมอุปกรณ์และเมล็ดกาแฟครบวงจร ซึ่งมี เครื่องชงกาแฟสด ให้เลือกหลายรุ่น สำหรับรุ่นที่เราแนะนำนี้เป็น เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว กำลังไฟฟ้า 1,400 วัตต์ แรงดัน 15 บาร์ เหมาะสำหรับร้านกาแฟขนาดเล็ก โดยสามารถชงได้ 40 แก้วต่อชั่วโมง ตัวเครื่องผลิตจากสแตนเลส และวัสดุ ABS มีความสวยงามและแข็งแรงทนทาน แทงก์จุน้ำได้ 3 ลิตร ส่วนหม้อต้มขนาด 1.8 ลิตร มีท่อสตรีมนมและท่อน้ำร้อนแยกจากกัน

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"รุ่นนี้ใช้ดีมากค่ะ ช็อตออกมาดี รูปทรงและขนาดก็กำลังดี ดูวินเทจผสมทันสมัย"

ชงกาแฟได้ง่ายและต่อเนื่อง ด้วยเครื่องชงกาแฟ Bezzera 10 จาก 10
Bezzera BZ10 เครื่องชงกาแฟ เบซเซร่า BZ10
Bezzera
จาก 64,000บาท
ใช้วัสดุรดับพรีเมียม ปลอดภัยสูง
ไม่เป็นสนิมแม้ใช้งานนานนับสิบปี
ราคาค่อนข้างสูง
อีก 1 ข้อ
ตัวเครื่องกะทัดรัด จัดวางง่าย

Bezzera เป็นเครื่องชงกาแฟที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ผลิตจากโรงงานเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในประเทศอิตาลี ด้านคุณภาพถือว่าไม่เป็นรองแบรนด์ไหน ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุชั้นดี หม้อต้มและท่อน้ำภายในทำด้วยทองแดงระดับ food grade มีความปลอดภัยสูง แม้จะเป็น เครื่องชงกาแฟ อิตาลี หัวเดียว แต่ก็มีก้านชง 58 มิลลิเมตร แบบเดียวกับเครื่องชงกาแฟสองหัว ทำงานด้วยกำลังไฟ 1,300 วัตต์ สามารถผลิตกาแฟได้ 80-100 แก้วต่อวัน ถึงจะชงต่อเนื่องแต่ก็มีระบบรักษาอุณหภูมิของแต่ละแก้วได้อย่างสม่ำเสมอ

รีวิวจากผู้ใช้จริง:

"แข็งแรงทนทาน คุ้มค่า"


เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ดีอย่างไร

อิตาลี จัดว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟอันดับหนึ่งของโลก โดยที่นั่นมีความนิยมในการดื่มกาแฟมานานนับร้อย ๆ ปีแล้ว เมนูกาแฟยอดนิยมอย่าง เอสเปรสโซ ก็ถือกำเนิดขึ้นที่อิตาลีเช่นกัน และเพราะคนอิตาเลียนให้ความสำคัญกับการดื่มกาแฟมาก ๆ จนเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้ จึงมีการคิดค้นเครื่องชงกาแฟขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนที่นั่น จนได้รับความนิยมและแผ่ขยายไปยังประเทศอื่น ๆ เครื่องชงกาแฟ อิตาลี เป็นที่รู้จักกันว่ามีคุณภาพดี แข็งแรง ตัวเครื่องสวยงาม และยังสามารถทำกาแฟได้หลากหลายรูปแบบด้วย อีกทั้งยังช่วยเสริมเมล็ดกาแฟให้หอมละมุนไม่เสียรสชาติกาแฟแท้ ๆ อีกด้วย ด้วยความโดดเด่นของ เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ที่กล่าวมาเบื้องต้นจึงทำให้บรรดาบาริสต้าหลายคนหลงรักเครื่องชงกาแฟของประเทศนี้นั้นเอง


เครื่องชงกาแฟ อิตาลี มีกี่แบบ

  1. เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติ
    เป็นเครื่องชงกาแฟ อิตาลี ที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในออฟฟิศต่าง ๆ เพราะสามารถทำเครื่องดื่มได้อย่างง่ายดาย มีเครื่องบดเมล็ดกาแฟในตัว เพียงใส่เมล็ดกาแฟ เครื่องก็จะบดให้เองโดยอัตโนมัติ และสกัดออกมาเป็นน้ำกาแฟเข้มข้น พร้อมแยกกากกาแฟออกให้เสร็จสรรพ สามารถทำความสะอาดเครื่องทำกาแฟได้ง่าย
  1. เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่
    เป็นเครื่องชงกาแฟ อิตาลี ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะให้รสกาแฟที่เข้มข้นถึงใจ แต่จะต้องบดกาแฟเองหรือใช้แมล็ดกาแฟที่ผ่านการบดมาแล้ว โดยการทำงานของเครื่องนี้จะใช้ความดันจากไอน้ำกลั่นกาแฟออกมา โดยใช้น้ำในปริมาณที่น้อยมาก รับรองว่าคนที่ชอบดื่มกาแฟเข้ม ๆ ต้องถูกใจแน่นอน
  1. เครื่องชงกาแฟแบบมอคค่าพอต
    แม้ไม่ใช่เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเหมือนแบบอื่น ๆ แต่นี่ก็เป็นเครื่องชงกาแฟที่ชาวอิตาเลียนมีกันแทบทุกบ้าน เพราะใช้งานง่าย หน้าตาเป็นเหมือนเหยือก วิธีใช้คือนำเมล็ดกาแฟที่ผ่านการบดแล้ว ไปใส่ในกรวยเติมน้ำ จากนั้นนำเหยือกไปตั้งเตาให้น้ำเดือด ได้กาแฟรวดเร็วท้นใจ แต่เรื่องความเข้มข้นก็อาจไม่มากเท่าแบบอื่น
  1. เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล
    เป็นเครื่องชงกาแฟที่กำลังได้รับความนิยมสูงมาก ๆ ในตอนนี้ เพราะใช้งานง่ายมาก สามารถทำเมนูกาแฟได้หลายประเภท โดยต้องใช้คู่กับเมล็ดกาแฟที่บรรจุมาในแคปซูล ซึ่งเครื่องจะไปผ่านน้ำและกลั่นออกมาให้เรียบร้อย ด้วยความที่เครื่องนี้ต้องใช้กาแฟคั่วบดที่มาในแคปซูลที่มิดชิด ทำให้กลิ่นกาแฟมีความหอมชัด รู้สึกเหมือนดื่มกาแฟที่เพิ่งคั่วสดใหม่

วิธีเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ อิตาลี

  1. เลือกตามจุดประสงค์ของการใช้ เช่น ถ้าทำกินเองในบ้านก็สามารถใช้เครื่องเล็กได้ เช่น เครื่อชงกาแฟแคปซูล เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติ แต่หากทำเพื่อขายก็ควรเลือกเครื่องทำกาแฟที่มีขนาดใหญ่ ตัวเครื่องมีกำลังสูง เช่น เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่ หรือจะเลือกเป็นแบบ เครื่องชงกาแฟ อิตาลี 2 หัว ก็ได้เช่นกัน
  2. เลือกเครื่องทำกาแฟที่มีแรงดันเหมาะสมกับความต้องการ เพราะมีผลต่อความเข้มข้นของกาแฟ โดยทั่ว ๆ ไปมักอยู่ที่ 8-10 บาร์ แต่ถ้าหากต้องการกาแฟที่เข้มข้นกว่านี้ก็สามารถเลือกเครื่องชงกาแฟที่มีแรงดันสูงกว่านี้ได้
  3. เลือกแบบที่ใช้งานสะดวก โดยเฉพาะคนที่ไม่มีเวลาในการชงมากนัก เลือกใช้เครื่องชงอัตโนมัติก็สะดวกสบายและรวดเร็ว จะดื่มก่อนไปทำงานก็ใช้เวลาในการทำไม่นาน และไม่ต้องไปรอคิวที่หน้าร้านกาแฟ
  4. เลือกเครื่องชงกาแฟที่ทำความสะอาดง่าย ไม่ยุ่งยาก เพื่อลดเวลานาในการทำความสะอาดและช่วยให้คราบไม่ฝังแน่นจนเครื่องดูโทรมง่าย
  5. ดูฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆ อาทิ สามารถตีฟองนมได้ มีระบบตัดไฟ ฯลฯ หรือจะดูจากรูปทรงของดีไซน์เพิ่มก็ได้เช่นกัน 

บทส่งท้าย

การเลือก เครื่องชงกาแฟ อิตาลียี่ห้อไหนดี คงต้องดูให้เหมาะสมกับจุดประสงค์และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เราหวังว่าคุณจะสนุกกับการใช้และชง เครื่องชงกาแฟ อิตาลี ที่เราคัดสรรมาให้ แต่อย่างหนึ่งที่ต้องไม่ลืมคือการหมั่นทำความสะอาดและบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟให้ดี เพื่อที่จะได้ใช้งานได้อย่างดีไปนาน ๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นจาก ProductNation