สำหรับ มือถือ Infinix เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยรู้จักกันมาสักพัก หลังจากที่บริษัทได้พยายามตีตลาดโทรศัพท์ราคาประหยัดที่จับต้องได้สำหรับทุกคน ซึ่งพวกเขาก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยจากการวางขายมือถือแอนดรอยด์หลายรุ่น จนกระทั่งกลายเป็นอีกแบรนด์ที่มาแรงและน่าจะเป็นที่ถูกใจของคนใช้มือถือราคาประหยัดเลยทีเดียว และวันนี้เราจะพาทุกคนมาเลือกดูเลือกซื้อ โทรศัพท์แบรนด์นี้กัน จะมีรุ่นไหนดีบ้าง ไปดูพร้อมเราเลย!

บรรณาธิการ
Table of Contents
มือถือ Infinix รุ่นไหนดี ราคาประหยัด เครื่องแรง ปี 2025

Infinix GT 30 Pro เป็นมือถือ Infinix สายเกมที่โฟกัส “ความลื่น + การควบคุม” โดยให้หน้าจอ AMOLED 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (1224×2720) รีเฟรชเรต 60/90/120/144Hz และ Instant Touch Sampling 2,160Hz บนพาเนล LTPS ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 7i จับคู่ชิป MediaTek Dimensity 8350 Ultimate และปุ่มไหล่ GT Trigger เพื่อประสบการณ์แตะติดนิ้ว เฟรมเรตนิ่ง ควบคุมคำสั่งได้แม่น เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการโทรศัพท์ Infinix ซึ่งใช้งานทั่วไปได้คล่องและเล่นเกมจริงจังได้ยาวด้วยแบต 5,500 mAh
จุดตัดสินใจหลักคือประสิทธิภาพและพลังงานที่ให้มาเกินระดับกลาง: หน่วยความจำ UFS 4.0 + LPDDR5X ช่วยให้เปิดเกม/โหลดฉากไว และรองรับตัวเลือกความจุสูงสุด 512GB/12GB (มี Extended RAM) ผสานระบบ All-Day Full FPS และ GT Trigger ทำให้การเล็ง/ยิง/กดต่อเนื่องทำได้มั่นคงขึ้น ส่วนการชาร์จรองรับทั้งสาย 45W, ชาร์จไร้สาย 30W, Reverse 10W และ Wireless Reverse 5W จึงยืดหยุ่นต่อการใช้งานจริงตั้งแต่เล่นหนักถึงชาร์จอุปกรณ์อื่นระหว่างวัน
ดีไซน์แนวเกม Mechanical Light Waves น้ำหนักประมาณ 188–189 กรัม บอดี้กันละออง/ฝุ่นระดับ IP64 และลำโพงคู่พร้อม Hi-Res/Hi-Res Wireless ช่วยยกระดับมีเดีย ขณะที่การเชื่อมต่อจัดเต็ม: 5G, Wi-Fi 6 (802.11 a/b/g/n/ac/ax), Bluetooth 5.4, NFC, USB-C, OTG, FM และมี Infrared Blaster ด้วย ระบบความปลอดภัยเป็นสแกนนิ้วใต้จอ ซอฟต์แวร์ XOS 15 บน Android 15 โดยรวมคือมือถือ Infinix ที่เน้นจอคมลื่น การควบคุมเกมจริงจัง และการชาร์จหลากหลาย เหมาะกับคนมองหา “มือถือ Infinix เล่นเกมลื่น/ใช้ทุกวันคุ้มค่า” หากต้องการเลนส์เทเลโฟโต้หรือมาตรฐานกันน้ำสูงกว่า อาจต้องมองรุ่นอื่นในงบที่สูงขึ้น
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 8350 Ultimate (GPU Mali-G615 MC6)
- หน้าจอ: AMOLED 6.78" 1.5K (1224×2720) รีเฟรชเรต 60/90/120/144Hz, LTPS, Gorilla Glass 7i
- ความสว่าง: 700 nits (ทั่วไป), 1600 nits (HBM), สูงสุด 4500 nits (Peak)
- การสัมผัส: Touch Sampling สูงสุด 240Hz, Instant Touch Sampling 2160Hz, PWM Dimming สูงสุด ~2304Hz
- RAM/ROM ทางเลือก: 256GB/8GB (+8GB Extended), 256GB/12GB (+12GB Extended), 512GB/12GB (+12GB Extended)
- ประเภทหน่วยความจำ: UFS 4.0 + LPDDR5X
- กล้องหลัง: หลัก 108MP f/1.89 FOV 82° AF + อัลตร้าไวด์ 8MP f/2.2 FOV 111.4° AF
- กล้องหน้า: 13MP f/2.2 FOV 82°
- วิดีโอ: หน้า 4K30; หลัง 4K60/30, 1080p60/30; อัลตร้าไวด์ 2K30/1080p30; สโลว์ 1080p240/120
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,500 mAh; ชาร์จไวสูงสุด 45W; Reverse 10W; ชาร์จไร้สาย 30W; Wireless Reverse 5W
- เสียง/มีเดีย: ลำโพงคู่, Hi-Res & Hi-Res Audio Wireless, รองรับ DRM L1
- การเชื่อมต่อ: 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C, OTG, FM, Infrared Blaster
- ความปลอดภัย/ฮาร์ดแวร์: สแกนนิ้วใต้จอ, X-axis motor
- กันละออง/ฝุ่น: IP64
- มิติ/น้ำหนัก: 7×75.8×7.99 มม. / 189 กรัม (Dark Flare), 188 กรัม (Shadow Ash/Blade White)
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 15 (Powered by Android 15)
- สี: Dark Flare / Shadow Ash / Blade White

Infinix HOT 60 Pro เป็นมือถือ Infinix กลุ่มคุ้มค่าที่เน้น “จอลื่น–สัมผัสไว–ใช้งานประจำวันคล่องตัว” ด้วยหน้าจอ AMOLED 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K รีเฟรชเรต 60/90/120/144Hz และค่าการตอบสนองสัมผัสสูง (Touch Sampling สูงสุด 240Hz + Instant Touch 2160Hz) ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass ทำงานบน XOS 15.1.1 (Android 15) และชูจุดขายบอดี้บางเบา 6.6 มม./170 กรัม สำหรับคนที่ต้องการมือถือ Infinix จอคมลื่น พิมพ์/เลื่อน/เล่นเกมทั่วไปติดนิ้ว พร้อมแบตอึดและการเชื่อมต่อที่ครบในงบประหยัด
จุดตัดสินใจหลักอยู่ที่ “การแสดงผลและพลังงาน”: หน้าจอ 1.5K 144Hz พร้อมค่าสว่างที่ระบุ 700 nits (ทั่วไป), 1600 nits (HBM), สูงสุด 4500 nits (Peak) ทำให้การใช้งานกลางแจ้งและการเลื่อนหน้าจอทำได้สบาย ตอบสนองไวด้วย Instant Touch 2160Hz ส่วนด้านแบตเตอรี่ให้ความจุ 5160mAh รองรับชาร์จไวสูงสุด 45W และ Reverse Charging 10W จึงเติมไฟได้รวดเร็วและแบ่งพลังให้อุปกรณ์อื่นได้ ในขณะที่ชิป MediaTek Helio G200 (CPU Octa-core, 6nm, GPU Mali-G57 MC2) เพียงพอกับงานทั่วไปและการเล่นเกมระดับกลาง โดยมีตัวเลือก ROM/RAM แบบ 128GB/8GB และ 256GB/8GB (รองรับ Extended RAM) ให้เลือก
ด้านภาพรวมการใช้งานประจำวัน HOT 60 Pro ใส่ฟีเจอร์ที่จำเป็นและพอดีกับราคา: กล้องหลัง 50MP (Dual Flash) + กล้องหน้า 13MP พร้อมโหมดวิดีโอสูงสุด 2K30/1080p60 และสโลว์ 720p120, รองรับ NFC, พอร์ต USB-C, OTG, FM, มี Infrared Blaster และรองรับ microSD สูงสุด 2TB โครงสร้างป้องกันระดับ IP64 ช่วยกันฝุ่นและละอองน้ำได้ โดยรวมเหมาะกับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับจอ 144Hz ที่สัมผัสไว แบตอึดชาร์จเร็ว และการเชื่อมต่อครบ; หากต้องการ 5G, หน่วยความจำระดับ UFS รุ่นสูงกว่า, หรือระบบกล้องหลากเลนส์/วิดีโอ 4K อาจต้องขยับงบไปดูรุ่นอื่น
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G200 (Octa-core: 2×Cortex-A76 2.2GHz + 6×Cortex-A55 2.0GHz), GPU Mali-G57 MC2, กระบวนการผลิต 6nm
- หน้าจอ: AMOLED 6.78", ความละเอียด 5K, รีเฟรชเรต 60/90/120/144Hz, Corning Gorilla Glass
- ความสว่างจอ: 700 nits (ทั่วไป), 1600 nits (HBM), สูงสุด 4500 nits (Peak)
- การสัมผัส: Touch Sampling สูงสุด 240Hz, Instant Touch 2160Hz, PWM Dimming 2160Hz, Always-On Display, SGS Low Blue Light
- ROM/RAM: 128GB/8GB (+8GB Extended) หรือ 256GB/8GB (+8GB Extended)
- ชนิดหน่วยความจำ: UFS 2.2 + LPDDR4X, รองรับ microSD สูงสุด 2TB
- กล้องหลัง/หน้า: 50MP (หลัก) + แฟลชคู่ / 13MP (หน้า)
- วิดีโอ: สูงสุด 2K30, 1080p60/30, 720p30; สโลว์ 720p120 (เฉพาะกล้องหลัง)
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5160mAh; ชาร์จไวสูงสุด 45W; Reverse Charging 10W
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 15.1.1 (Powered by Android 15)
- การเชื่อมต่อ: 4G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C, OTG, FM, Infrared Blaster
- ซิมการ์ด/ถาด: 2 nano SIMs + microSD
- ความปลอดภัยและเซ็นเซอร์: สแกนนิ้ว (ตำแหน่งไม่ระบุในไฟล์), G-sensor, Gyroscope, Light Sensor, E-compass
- กันฝุ่น/ละอองน้ำ: IP64
- มิติและน้ำหนัก: 47×75.87×6.6 มม. / 170 กรัม
- สี: Sapphire Blue / Jungle Breath / Orange Rose Valley

Infinix NOTE 50 Pro เป็นมือถือ Infinix ระดับคุ้มค่าที่เน้น “ชาร์จไวหลากรูปแบบ + จอไหลลื่น” สำหรับการใช้งานประจำวันและเกมทั่วไป หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz (สัดส่วนจอ/ตัวเครื่อง 93.4%) พร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ให้การแตะเลื่อนติดนิ้วและคอนเทนต์คมชัด โครงสร้าง Ultra-Resilient ArmorAlloy™ Metal Frame ช่วยเพิ่มความทนทาน ขณะที่กล้องหลัก 50MP มี OIS จับคู่เลนส์อัลตร้าไวด์ 112° และกล้องหน้า 32MP รองรับโหมดภาพ/วิดีโอครบใช้งานง่าย
จุดตัดสินใจหลักคือ “พลังชาร์จและความลื่นไหล”: แบตเตอรี่ 5,200 mAh รองรับชาร์จสาย 90W (สูงสุด 20V/4.5A) และชาร์จไร้สาย 30W แบบ MagCharge พร้อม Reverse 10W ทำให้เติมไฟได้ยืดหยุ่นทั้งกับตัวเครื่องและอุปกรณ์อื่น ด้านความลื่นมาจากจอ 144Hz ร่วมกับ Instant Touch Sampling 2,160Hz และ Touch Sampling สูงสุด 180Hz ช่วยลดดีเลย์การแตะ ในขณะที่ชิป MediaTek Helio G100 Ultimate (6nm, Octa-core 2×A76 2.2GHz + 6×A55 2.0GHz, Mali-G57) เพียงพอกับงานทั่วไปและเกมฮิตระดับกลาง คู่กับหน่วยความจำ UFS 2.2 + LPDDR4X และตัวเลือก 256GB/8GB (+8GB Extended) หรือ 256GB/12GB (+12GB Extended)
รายละเอียดอื่น ๆ ครบถ้วนในภาพรวมการใช้งาน: ลำโพงคู่จูน JBL รองรับ Hi-Res/Hi-Res Wireless และ DRM Widevine L1, กันฝุ่น/ละอองน้ำระดับ IP64, มี NFC, อินฟราเรดบลาสเตอร์, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.4, USB-C, OTG, หูฟัง Type-C, FM และชุดเซ็นเซอร์พื้นฐานครบ (ไจโร, อีคอมพาส, ฯลฯ) ขนาดตัวเครื่อง 163.26×74.43×7.32 มม. น้ำหนัก 198 กรัม ซอฟต์แวร์เป็น XOS 15 (เวอร์ชัน Android ไม่ได้ระบุในไฟล์) โดยรวมเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือ Infinix ชาร์จไวจริงจัง จอ 144Hz ลื่น ๆ และระบบเสียง/การเชื่อมต่อที่ครบ หากต้องการ 5G หรือวิดีโอ 4K อาจต้องพิจารณารุ่นอื่นในตระกูลที่สูงขึ้น
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G100 Ultimate (Octa-core 2×2.2GHz A76 + 6×2.0GHz A55), GPU Mali-G57, กระบวนการผลิต 6nm
- หน้าจอ: AMOLED 6.78" FHD+ (1080×2436), รีเฟรชเรต 60/120/144Hz, อัตราส่วนจอต่อเครื่อง ~93.4%
- ความสว่างจอ: 550 nits (ทั่วไป), 1000 nits (HBM), สูงสุด 1300 nits (Peak)
- การสัมผัส: Touch Sampling สูงสุด 180Hz, Instant Touch Sampling 2160Hz, PWM Dimming สูงสุด 2160Hz, Always-On Display
- RAM/ROM: 256GB/8GB (+8GB Extended) หรือ 256GB/12GB (+12GB Extended) | ชนิดหน่วยความจำ UFS 2.2 + LPDDR4X
- กล้องหลัง: 50MP (OIS) + 8MP อัลตร้าไวด์ (FOV 112°) + Flicker sensor | แฟลชคู่
- กล้องหน้า: 32MP f/2.2 FOV 89°
- วิดีโอ: หน้า/หลังสูงสุด 2K@30fps, 1080p@60/30fps, 720p@30fps; สโลว์ 1080p@240fps
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,200 mAh; สายสูงสุด 90W (20V/4.5A); ชาร์จไร้สาย 30W (MagCharge); Reverse 10W
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 15
- การเชื่อมต่อ: 5G/4G/3G/2G; Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac; Bluetooth 5.4; NFC; USB-C; OTG; หูฟัง Type-C; FM; อินฟราเรดบลาสเตอร์
- ความปลอดภัยและฮาร์ดแวร์: สแกนนิ้วใต้จอ; X-axis motor; เซ็นเซอร์ครบ (G-sensor, Gyro, Light, Proximity, E-compass)
- กันฝุ่น/ละอองน้ำ: IP64
- มิติ/น้ำหนัก: 26×74.43×7.32 มม. / 198 กรัม
- สี: Titanium Grey / Enchanted Purple / Racing Edition / Shadow Black

Infinix NOTE 50 Pro+ เป็นมือถือ Infinix ระดับคุ้มค่าที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้จริงจังทั้งงานและความบันเทิง โดยเน้น “ซูมไกล–ชาร์จเร็ว–จอลื่น” ชุดกล้องหลังระบุ 50MP OIS + 50MP OIS + 8MP (100X Periscope และ Sony IMX896 OIS Night Master Camera) จับคู่จอ AMOLED 6.78 นิ้ว FHD+ 1080×2436 รีเฟรชเรต 60/120/144Hz พร้อมสแกนนิ้วใต้จอ ขับเคลื่อนด้วย MediaTek Dimensity 8350 Ultimate (5G) บนโครงสร้าง ArmorAlloy™ Metal Frame ที่ให้ความทนทานและงานประกอบแน่นมือ ประสบการณ์ที่ได้คือการใช้งานที่ตอบสนองไว ภาพลื่นไหล และความยืดหยุ่นในการชาร์จที่หลากหลายสำหรับตารางชีวิตที่เร่งรีบ
เหตุผลหลักที่ควรซื้อมี 2 เรื่องสำคัญ: (1) ระบบภาพ ไฟล์ระบุ 100X Periscope + Sony IMX896 OIS และชุดกล้องหลัง 50MP OIS + 50MP OIS + 8MP พร้อมวิดีโอหลังสูงสุด 4K60/30 และหน้า 4K30 ช่วยให้ซูมได้ไกลขึ้นและนิ่งขึ้นในสภาพแสงท้าทาย (2) ระบบพลังงาน แบตเตอรี่ 5,200 mAh รองรับชาร์จสายสูงสุด 100W (20V/5A) และชาร์จไร้สาย 50W แบบ MagCharge พร้อม Reverse Charging สูงสุด 10W จึงเติมไฟได้เร็วและยืดหยุ่นกับหลายสถานการณ์ ด้านประสิทธิภาพ ชิป 4nm จับคู่หน่วยความจำ UFS 4.0 + LPDDR5X และสเปค 256GB ROM + 12GB RAM (+12GB Extended RAM) ช่วยให้การเปิดแอป สลับงาน และการเลื่อนจอ 144Hz ทำได้ลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดการใช้งานรอบด้านครบถ้วน: จอมีสัดส่วนต่อบอดี้ ~93.4% ความสว่างระบุ 550 nits (ทั่วไป) / 1000 nits (HBM) / 1300 nits (Peak) ครอบคลุมสี 100% DCI-P3 พร้อม Instant Touch Sampling 2160Hz, Touch Sampling สูงสุด 240Hz และ PWM Dimming สูงสุด ~2304Hz เสียงเป็นลำโพงคู่จูนโดย JBL รองรับ Hi-Res/Hi-Res Wireless และ Widevine L1 การเชื่อมต่อให้ 5G sub-6, Wi-Fi 6 (802.11 a/b/g/n/ac/ax), Bluetooth 5.4, NFC, USB-C และมี Infrared Blaster กับ X-axis motor ด้านความทนทานระบุ IP64 น้ำหนัก 209 กรัม ขนาดตัวเครื่อง 163.36×74.53×7.99 มม. ซอฟต์แวร์เป็น XOS 15 ภาพรวมเหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นการซูมไกล OIS จริงจัง ชาร์จไวหลากรูปแบบ และจอ/เสียงที่ครบเครื่องในงบคุ้มค่า
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 8350 Ultimate (Octa-core: 4×Cortex-A715 สูงสุด 35GHz + 4×Cortex-A510 สูงสุด 2.2GHz)
- หน้าจอ: AMOLED 6.78" FHD+ 1080×2436, รีเฟรชเรต 60/120/144Hz, สัดส่วนจอต่อเครื่อง ~93.4%, สแกนนิ้วใต้จอ
- ความสว่างจอ: 550 nits (ทั่วไป), 1000 nits (HBM), 1300 nits (Peak), ครอบคลุมสี 100% DCI-P3
- การสัมผัส: Instant Touch Sampling 2160Hz, Touch Sampling สูงสุด 240Hz, PWM Dimming สูงสุด ~2304Hz, Always-On Display
- ROM/RAM: 256GB ROM + 12GB RAM + 12GB Extended RAM
- ประเภทหน่วยความจำ: UFS 4.0 + LPDDR5X
- กล้องหลัง: 50MP OIS + 50MP OIS + 8MP (100X Periscope, Sony IMX896 OIS Night Master Camera)
- กล้องหน้า: 32MP f/2.2 FOV 88.9° (FF)
- วิดีโอ: หลัง 4K60/30, 1080p60/30; หน้า 4K30/1080p60/30; สโลว์ 1080p240/120
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,200 mAh; ชาร์จสายสูงสุด 100W (20V/5A); ชาร์จไร้สาย 50W (MagCharge); Reverse Charging สูงสุด 10W
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 15
- การเชื่อมต่อ: 5G sub-6 (ระบุย่าน FDD/TDD), Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C, OTG, Infrared Blaster, Dual nano-SIM, GPS
- เสียง/มีเดีย: ลำโพงคู่จูน JBL, Hi-Res & Hi-Res Wireless, Widevine L1
- กันฝุ่น/ละอองน้ำ: IP64
- มิติ/น้ำหนัก: 36×74.53×7.99 มม. / 209 กรัม
- สี: Titanium Grey / Enchanted Purple / Racing Edition

Infinix NOTE 50S 5G เป็นมือถือ Infinix กลุ่มคุ้มค่าที่เน้น “จอโค้งลื่นตา + 5G ใช้งานครบวัน” ด้วยหน้าจอ AMOLED โค้ง 3D ขนาด 6.78 นิ้ว รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz ความละเอียด FHD+ (1080×2436) ครอบด้วย Corning Gorilla Glass 5 ผสานชิป MediaTek Dimensity 7300 Ultimate (4nm) เพื่อการใช้งานทั่วไปและความบันเทิงที่ตอบสนองไวขึ้น ประสบการณ์ที่ได้คือภาพลื่นมือ สีเข้ม ครอบคลุมสีระดับ 100% DCI-P3 พร้อมการทัชติดนิ้วจาก Instant Touch Sampling 2160Hz และ Touch Sampling สูงสุด 240Hz แบต 5,200 mAh รองรับชาร์จไว 45W และ Reverse 10W ใช้งานยาวทั้งวัน
เหตุผลหลักที่ควรซื้ออยู่ที่จอและระบบพลังงาน: จอ 144Hz ที่มีความสว่างตามสเปก 550 nits (ทั่วไป), 1,000 nits (HBM), สูงสุด 1,300 nits (Peak) เหมาะทั้งในอาคารและกลางแจ้ง ขณะที่ชิป Dimensity 7300 Ultimate จับคู่หน่วยความจำ UFS 2.2 + LPDDR5X และสเปก 256GB/8GB (+8GB Extended RAM) เปิดแอป สลับงาน และเลื่อนฟีดได้คล่อง ส่วนพลังงาน 45W All-Round FastCharge 3.0 เติมไฟได้เร็ว และยังแบ่งพลังให้อุปกรณ์อื่นผ่าน Reverse Charging สูงสุด 10W เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการจอไหลลื่น การเชื่อมต่อ 5G ครบ และแบตอึดในเครื่องเดียว
ด้านดีไซน์และความครบเครื่อง NOTE 50S 5G ให้ตัวเลือกฝาหลัง Aromatic Leather Finish พร้อม Scent-Tech™ โทนกลิ่นเฉพาะทาง งานประกอบมีน้ำหนัก 180 กรัม บางราว 7.60–7.65 มม. (ต่างกันเล็กน้อยตามสี) กันละออง/ฝุ่น IP64 เสียงเป็นลำโพงคู่จูน JBL รองรับ DTS และ Hi-Res Audio การเชื่อมต่อจัดเต็ม: 5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C, OTG, วิทยุ FM, หูฟัง Type-C มีอินฟราเรดบลาสเตอร์ เซ็นเซอร์ครบและสแกนนิ้วใต้จอ ซอฟต์แวร์ XOS 15 บน Android 15 โดยรวมเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ “มือถือ Infinix จอโค้ง 144Hz + 5G + ชาร์จไว” สำหรับใช้งานทุกวันและความบันเทิงที่สมดุล
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 7300 Ultimate (Octa-core: 4×Cortex-A78 สูงสุด 5GHz + 4×Cortex-A55 สูงสุด 2.0GHz), GPU Mali-G615 MC2, กระบวนการผลิต 4nm
- หน้าจอ: 78" AMOLED (3D-Curved), FHD+ 1080×2436, รีเฟรชเรต 60/120/144Hz, Corning Gorilla Glass 5, อัตราส่วนจอ/เครื่อง ~93.8%
- ความสว่างจอ: 550 nits (ทั่วไป) / 1000 nits (HBM) / 1300 nits (Peak), ขอบเขตสี 100% DCI-P3
- การสัมผัส: Instant Touch Sampling 2160Hz, Touch Sampling สูงสุด 240Hz, PWM Dimming 2160Hz (120Hz) / 2304Hz (144Hz)
- หน่วยความจำ: 256GB ROM + 8GB RAM (+8GB Extended RAM), ประเภท UFS 2.2 + LPDDR5X
- กล้องหลัง: หลัก 64MP Sony IMX682, f/1.75, FOV 81.6°, AF + มาโคร 2MP f/2.4; แฟลชคู่
- กล้องหน้า: 13MP f/2.2, FOV 82°
- วิดีโอ: หน้า/หลังสูงสุด 4K@30fps, 1080p H-FPS/30fps, 720p@30fps; สโลว์โมชั่น 1080p@120fps
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,200 mAh; ชาร์จไวสูงสุด 45W (10V/4.5A, 11V/4.1A); Reverse Charging สูงสุด 10W
- เสียง: ลำโพงคู่จูน JBL, รองรับ DTS และ Hi-Res Audio
- การเชื่อมต่อ: 5G/4G/3G/2G (ระบุย่านครบในสเปก), Wi-Fi a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.4, NFC, USB Type-C, OTG, FM, อินฟราเรดบลาสเตอร์
- ซิม/ถาด: 2× nano-SIM
- ความปลอดภัยและเซ็นเซอร์: สแกนนิ้วใต้จอ, G-sensor, Gyroscope, Light, Proximity, E-compass, Motor
- กันฝุ่น/ละอองน้ำ: IP64
- มิติและน้ำหนัก: 33×74.53×7.60–7.65 มม. / 180 กรัม
- ซอฟต์แวร์: XOS 15 (Powered by Android 15)
- สี: Titanium Grey / Ruby Red / Marine Drift Blue
- รุ่น/โมเดล: X6870

Infinix ZERO Flip เป็นมือถือ Infinix “จอพับแบบฝาพับ” ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้สายคอนเทนต์และคนต้องการความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ไฮไลต์คือจอหลัก LTPO AMOLED ขนาด 6.9 นิ้ว 120Hz คู่กับหน้าจอภายนอก AMOLED 3.64 นิ้ว ช่วยให้เช็กการแจ้งเตือน/ถ่ายเซลฟี่ได้ทันทีโดยไม่ต้องกางเครื่อง ระบบกล้องรองรับ “Front & Rear 4K Vlog” และฟีเจอร์ ProStable Video ขณะที่แบตเตอรี่ 4,720 mAh รองรับชาร์จไว 70W ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวขึ้นในรอบวัน
เหตุผลหลักที่ควรซื้ออยู่ที่ “วิดีโอ & ความยืดหยุ่นจอพับ”: ชุดกล้องหลังให้เลนส์หลัก 50MP (Samsung GN5, OIS, PDAF) + อัลตร้าไวด์ 50MP (FOV 114.5°, PDAF) และกล้องหน้า 50MP (Samsung JN1, AF, PDAF) พร้อมโหมดวิดีโอครบ ทั้ง 4K@30fps, 1080p@60fps และสโลว์ 1080p@120fps/720p@240fps จับภาพนิ่งและวิดีโอได้มั่นคงขึ้นจาก OIS/ProStable ส่วนจอพับ LTPO 120Hz ให้การเลื่อน/ดูคอนเทนต์ลื่นตา ขณะจอภายนอก 3.64 นิ้วช่วยให้การใช้งานสั้น ๆ ทำได้รวดเร็วไม่ต้องกางเครื่อง
ด้านสมรรถนะและความครบเครื่อง ZERO Flip ใช้ชิป MediaTek D8020 (6nm) กับ CPU Octa-core และ GPU Mali-G77 MC9 จับคู่หน่วยความจำ 512GB UFS 3.1 + RAM 8GB รองรับ 5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C, OTG, วิทยุ FM และหูฟังผ่านพอร์ต Type-C มีสแกนนิ้ว, มอเตอร์สั่น X-axis, ถาดซิม Dual nano-SIM บานพับ Zero-Gap ช่วยลดรอยพับของจอ ตัวเครื่องหนัก 195 กรัม ขนาดเมื่อกาง 170.75×73.4×7.64 มม. และเมื่อพับ 87.97×73.4×16.04 มม. ทำงานด้วย XOS 14.5 อัปเกรดได้ถึง Android 16 และแพตช์ความปลอดภัย 3 ปี ตามรายละเอียดในไฟล์
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek D8020 (6nm); CPU Octa-core (4×Cortex-A78 2.6GHz + 4×Cortex-A55 2.0GHz); GPU Arm Mali-G77 MC9
- หน้าจอหลัก: LTPO AMOLED 6.9" ความละเอียด 1080×2640 (~413 ppi), รีเฟรชเรต 120Hz
- หน้าจอภายนอก: AMOLED 3.64" ความละเอียด 1056×1066
- อัตราส่วนจอ/ตัวเครื่อง: จอหลัก ~85.9% | จอนอก ~63.1%
- หน่วยความจำ: 512GB UFS 3.1 + 8GB RAM (ตามไฟล์)
- กล้องหลัง: หลัก 50MP (Samsung GN5, OIS, PDAF, FOV 84°) + อัลตร้าไวด์ 50MP (Hi-5022Q, FOV 114.5°, PDAF) | แฟลชคู่
- กล้องหน้า: 50MP (Samsung JN1, AF, PDAF, FOV ~82.3°) | แฟลชคู่
- วิดีโอ: หลัง/หน้า 4K@30fps, 1080p@60/30fps; สโลว์ 1080p@120fps, 720p@240fps
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 4,720 mAh; ชาร์จไว 70W
- การเชื่อมต่อ: 5G/4G/3G/2G; Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6; Bluetooth 5.4; NFC; USB-C; OTG; FM; Dual nano-SIM
- ระบบเสียง/มีเดีย: รองรับไฟล์เสียง MP3/OGG/WAV/APE/FLAC/AAC และวิดีโอ MP4/MKV/TS/3GP/WEBM (ตามรายการในไฟล์)
- ความปลอดภัย/ฮาร์ดแวร์: สแกนนิ้ว (ระบุว่า “YES”), X-axis motor, Proximity sensor
- บอดี้/น้ำหนัก: 75×73.4×7.64 มม. (กาง) | 87.97×73.4×16.04 มม. (พับ) | 195 กรัม
- สี: Rock Black / Blossom Glow
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 14.5 อัปเกรดได้ถึง Android 16 & แพตช์ความปลอดภัย 3 ปี

Infinix HOT 50i เป็นมือถือ Infinix แนวคุ้มค่าเพื่อการใช้งานประจำวัน เน้นหน้าจอใหญ่ 6.70 นิ้ว ความละเอียด HD+ 720×1600 รีเฟรชเรต 120Hz (IPS LCD) มี AOD (Always-On Display) และระบบปฏิบัติการ Android 14 จากโรงงาน ขับด้วยชิป MediaTek Helio G81 ให้ประสบการณ์ใช้งานทั่วไปที่ลื่นมือเพียงพอ เลื่อนฟีด โซเชียล แชต และดูคอนเทนต์ได้สบาย พร้อมแบตเตอรี่ 5,000 mAh ที่อยู่ได้ยาวขึ้นในหนึ่งวันสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
จุดตัดสินใจหลักคือ “จอ 120Hz + ความจุ 256GB + พลังงานใช้งานได้จริง” HOT 50i ให้พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB คู่กับ RAM 4GB (รองรับ microSD เพิ่ม และใส่ได้สองซิม) จึงเก็บรูป วิดีโอ แอป และไฟล์งานได้มากขึ้นโดยไม่ต้องลบไฟล์บ่อย ขณะเดียวกันแบต 5,000 mAh รองรับชาร์จ Type-C 18W ช่วยเติมไฟได้ไวกว่า 10W แบบเดิม กล้องหลัก 48MP และกล้องหน้า 8MP รองรับการถ่ายภาพทั่วไป/เซลฟี่ตามการใช้งานจริง และเครือข่ายรองรับ 2G/3G/4G เหมาะกับผู้ที่ต้องการโทรศัพท์ Infinix สำหรับงานพื้นฐานและความบันเทิงเบาๆ
ภาพรวมด้านดีไซน์และความครบเครื่อง HOT 50i มากับตัวเครื่องสี Sleek Black น้ำหนักประมาณ 180 กรัม ขนาดราว 165×77×8 มม. (ตามข้อมูล 7.7×0.8×16.5 ซม.) การเชื่อมต่อให้ USB-C, วิทยุ FM และชุดถาดแบบ Dual nano-SIM + microSD ซอฟต์แวร์เป็น Android 14 ตรงโจทย์ผู้ใช้ที่มองหา “มือถือ Infinix จอ 120Hz ความจุเยอะ แบตอึด ใช้งานทั่วไปคุ้มราคา” หากต้องการ 5G หน้าจอ FHD+ หรือกล้องฟีเจอร์สูงกว่านี้ อาจพิจารณาซีรีส์ที่สูงขึ้นของแบรนด์
สเปคเด่น
- หน้าจอ: 70" IPS LCD, 720×1600 (HD+), รีเฟรชเรต 120Hz, AOD, สว่างสูงสุด 500 nits
- ชิปเซ็ต/กราฟิก: MediaTek Helio G81
- RAM/ROM: 4GB / 256GB
- เพิ่มความจุ: รองรับ microSD (ถาด Dual nano-SIM + microSD)
- กล้องหลัง/หน้า: 48MP (หลัง) / 8MP (หน้า)
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,000 mAh / Type-C 18W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14
- เครือข่าย: 2G, 3G, 4G
- กันน้ำ: Yes (ไม่ระบุมาตรฐาน IP)
- มิติ/น้ำหนัก: 7×0.8×16.5 ซม. / ~0.18 กก. (≈180 กรัม)
- การรับประกัน: 1 ปี

Infinix SMART 10 Plus เป็นมือถือ Infinix แนวคุ้มค่าที่เน้น “จอใหญ่ลื่นตา + แบตอึดใช้งานได้จริง” เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ถ่ายภาพทั่วไป และความบันเทิงเบา ๆ จุดเด่นคือหน้าจอ 6.67 นิ้ว รีเฟรชเรตสูงสุด 120Hz อ่านกลางแจ้งได้สบายด้วยความสว่าง HBM 700 nits และลำโพงคู่ 300% Ultra Volume เสริมมิติเสียง ขับด้วยชิป T7250 (Octa-core) บน XOS 15.1 (Android 15) ให้ประสบการณ์เลื่อนหน้าจอลื่นขึ้นและตอบสนองไวขึ้นกว่ารุ่นเริ่มต้นทั่วไป พร้อมแบตเตอรี่ 6,000 mAh ที่รองรับชาร์จ 18W ใช้งานได้ยาวตลอดวัน
เหตุผลหลักที่ควรซื้ออยู่ที่ “จอ 120Hz + ความจุ + พลังงาน”: รีเฟรชเรต 120Hz ช่วยให้การเลื่อนฟีด/สลับหน้าแอปลื่นตา ควบคู่ Touch Sampling สูงสุด 240Hz ลดดีเลย์ขณะสัมผัส ความจุในตัว 128GB และรองรับ microSD เพิ่มได้สูงสุด 2TB จัดเก็บรูป วิดีโอ และแอปได้มากขึ้น ส่วนแบต 6,000 mAh พร้อมชาร์จ 18W เติมไฟได้เร็วกว่า 10W รุ่นเก่า การถ่ายภาพให้กล้องหลัง 8MP (AF) และหน้า 8MP (FF) รองรับวิดีโอสูงสุด 2K@30fps ทั้งหน้า/หลัง ครอบคลุมงานถ่ายพื้นฐานครบ
รายละเอียดการใช้งานรอบด้านให้มาครบตามราคากลุ่มเริ่มต้น: กันฝุ่น/ละอองน้ำระดับ IP64, พอร์ต USB-C, มีช่องหูฟัง 3.5 มม., วิทยุ FM, อินฟราเรดบลาสเตอร์, เซ็นเซอร์ครบ (มีสแกนนิ้ว, G-sensor, Light, Proximity, E-compass, Gyro by software) การเชื่อมต่อรองรับ 4.5G/4G/Wi-Fi a/b/g/n/ac/Bluetooth และถาด Dual nano-SIM + microSD ขนาดตัวเครื่อง 165.62×77.01×7.99 มม. น้ำหนัก 198 กรัม สีให้เลือก Sleek Black/Titanium Silver/Iris Blue/Ruby Red โดยรวมเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือ Infinix จอใหญ่ 120Hz แบตอึด ความจุเยอะ ในงบประหยัด หากต้องการ 5G หน้าจอ FHD+ หรือกล้องความละเอียดสูงกว่านี้อาจต้องขยับไปซีรีส์ที่สูงขึ้น
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: T7250 (Octa-core: 2×1.8GHz Cortex-A75 + 6×1.6GHz Cortex-A55), GPU Mali-G57 MC1
- หน้าจอ: 67″ IPS LCD (IPS a-si), ความละเอียด HD+ 720×1600, รีเฟรชเรต 60/90/120Hz, อัตราส่วนจอต่อเครื่อง ~90.26%
- ความสว่างจอ: 560 nits (ทั่วไป), 700 nits (HBM)
- การตอบสนองสัมผัส: Touch Sampling สูงสุด 240Hz
- RAM/ROM: 128GB ROM + 4GB RAM (+4GB Extended RAM) | ระบุ “Up to 8GB Extended RAM” ในสเปกไฮไลต์
- หน่วยความจำ: eMMC + LPDDR4X | รองรับ microSD สูงสุด 2TB
- กล้องหลัง/หน้า: 8MP f/2.0 AF (หลัง) | 8MP f/2.0 FF (หน้า) + แฟลชหน้า/หลัง
- วิดีโอ: หน้า/หลังสูงสุด 2K@30fps, 1080p@30fps, 720p@30fps | โหมดภาพ: AI Cam, Beauty, Portrait, Time-Lapse, Super Night, Pro, Panorama, Documents
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 6,000 mAh (typ) | ชาร์จสูงสุด 18W (7.5V/2.4A)
- การเชื่อมต่อ: 2G/3G/4G/4.5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth (เวอร์ชันไม่ระบุ), USB-C, OTG, GPS
- อื่น ๆ: ลำโพงคู่, DTS, ช่องหูฟัง 5 มม., วิทยุ FM, Infrared Blaster, Dynamic Bar
- ความปลอดภัย/เซ็นเซอร์: สแกนนิ้ว, G-sensor, Gyro (by software), Light, Proximity, E-compass
- กันฝุ่น/ละอองน้ำ: IP64
- มิติ/น้ำหนัก: 62×77.01×7.99 มม. / 198 กรัม
- รุ่น/โมเดล: X6725B
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 15.1 (Powered by Android 15)
- สี: Sleek Black / Titanium Silver / Iris Blue / Ruby Red

Infinix ZERO 40 5G เป็นมือถือ Infinix สายสมดุลที่ยกระดับงานทุกวันและคอนเทนต์วิดีโอ ด้วยจอโค้ง 3D-Curved AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz และชิป D8200 Ultimate 5G ผสานกล้องหลัก 108MP มี OIS กับอัลตร้าไวด์ 50MP และกล้องหน้า 50MP รองรับ “Front & Rear 4K Vlog” และ ProStable Video ช่วยให้การถ่ายคลิป/สตอรี่ทำได้คล่องโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากนัก ประสบการณ์โดยรวมคือภาพลื่นตา การแตะตอบสนองไว (Touch Sampling สูงสุด 360Hz @2 นิ้ว) และฟีเจอร์วิดีโอครบในตัวเครื่องเดียว
เหตุผลหลักที่ควรซื้อมีสองเรื่อง: ด้านภาพ ผู้ซื้อจะได้กล้องหลัง 108MP (ISOCELL HM6, 1/1.67", OIS, PDAF) จับคู่เลนส์อัลตร้าไวด์ 50MP + 2MP และกล้องหน้า 50MP (ISOCELL JN1) รองรับวิดีโอ 4K 60/30fps ที่กล้องหลัง และ 4K 30fps ที่กล้องหน้า เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นถ่ายวิดีโอ/ Vlog ตรง ๆ จากมือถือ; ด้านความลื่น ได้จอ 144Hz แบบ Flexible AMOLED พร้อม PWM Dimming 2304Hz และขอบเขตสี DCI-P3 ผสานประสิทธิภาพจากชิป Octa-core (1×Cortex-A78 3.1GHz + 3×A78 3.0GHz + 4×A55 2.0GHz) และหน่วยความจำ UFS 3.1 + LPDDR5X (ตัวเลือก 12GB RAM พร้อม Extended RAM รวม 24GB) เปิดแอป/สลับงานได้ฉับไวมากขึ้น
รายละเอียดรอบตัวให้ความครบถ้วนตามการใช้งานจริง: แบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 45W (11V/4.1A, 10V/4.5A) และชาร์จไร้สาย 20W การเชื่อมต่อให้ 5G (sub-6), Wi-Fi 6E (a/b/g/n/ac/ax), NFC, USB Type-C และ Dual nano-SIM โครงสร้างด้านหน้าเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 5 พร้อมกันฝุ่น/ละอองน้ำระดับ IP54 ระบบความปลอดภัยเป็นสแกนนิ้วใต้จอ ซอฟต์แวร์ XOS 14.5 บน Android 14 (อัปเกรดได้ถึง Android 16 พร้อมแพตช์ความปลอดภัย 3 ปี) โดยรวมเหมาะกับผู้ที่ต้องการ “มือถือ Infinix จอโค้ง 144Hz ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ทั้งหน้า-หลัง และชาร์จยืดหยุ่น”
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: D8200 Ultimate 5G (Octa-core: 1×A78 3.1GHz + 3×A78 3.0GHz + 4×A55 2.0GHz), GPU Arm Mali-G610 MC6
- หน้าจอ: 78" Flexible AMOLED, FHD+ 1080×2436, รีเฟรชเรต 60/120/144Hz, 3D-Curved, Corning® Gorilla® Glass 5
- การแสดงผล: DCI-P3 Wide Colour Gamut; PWM Dimming 2304Hz; Touch Sampling “Up to 360Hz @2 fingers”
- กล้องหลัง: 108MP (ISOCELL HM6, 1/1.67", 6P, OIS, PDAF) + 50MP อัลตร้าไวด์ + 2MP; แฟลชหลัง
- กล้องหน้า: 50MP (ISOCELL JN1, 1/2.76", AF/PDAF ระบุในสเปก)
- วิดีโอ: หลัง 4K 60/30fps, 1080p 60/30fps, สโลว์ 1080p 120/240fps; หน้า 4K 30fps, 1080p 60/30fps
- หน่วยความจำ: 12GB RAM (+Extended RAM รวม 24GB) | ROM 256GB/512GB | ประเภท UFS 3.1 + LPDDR5X
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,000 mAh (typ); ชาร์จไว 45W (11V/4.1A, 10V/4.5A); ชาร์จไร้สาย 20W
- การเชื่อมต่อ: 5G sub-6 (ระบุย่าน TDD n38/n40/n41/n77/n78), 4G FDD/TDD หลายย่าน, Wi-Fi 6E, NFC, USB Type-C, GPS Navigation, Dual nano-SIM
- ความปลอดภัย: สแกนนิ้วใต้จอ (In-Display Fingerprint)
- กันฝุ่น/ละอองน้ำ: IP54* (*ตามเงื่อนไขการทดสอบในห้องปฏิบัติการ)
- มิติ: 31 × 74.47 × 7.9 มม. | น้ำหนัก: ยังไม่ระบุ
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 14.5 (Android 14) | อัปเกรดได้ถึง Android 16 + แพตช์ความปลอดภัย 3 ปี
- สี: Rock Black / Violet Garden / Moving Titanium

Infinix GT 20 PRO เป็นมือถือ Infinix สายเกม/คอนเทนต์ที่วางตัวชัดเจนเรื่อง “ความลื่น + คุมเฟรมเรตนิ่ง” ด้วยจอ AMOLED 6.78 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz อัตราส่วนจอต่อเครื่อง ~94.3% ผสานชิป MediaTek Dimensity 8200 Ultimate 5G และระบบ XOS 14 for GT ที่ประกาศแนวทาง Clean & Pure (ลดแอปพ่วง) ประสบการณ์ใช้งานจริงคือการเลื่อนจอที่ลื่นมือ สัมผัสติดนิ้ว และเสียงดังชัดจากลำโพงคู่จูน JBL เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือ Infinix เล่นเกมจริงจังและใช้งานทุกวันแบบไม่หน่วง
จุดตัดสินใจหลักอยู่ที่ “ประสิทธิภาพเกม + ความลื่นของภาพ”: แกนประมวลผล Dimensity 8200 Ultimate (CPU 1×3.1GHz A78 + 3×3.0GHz A78 + 4×2.0GHz A55 / GPU Mali-G610 MC6) จับคู่ชิปจอเกม Pixelworks X5 Turbo และฟีเจอร์ Stable Frame-rate Engine ช่วยยกระดับความนิ่งของเฟรมเรต จอรองรับ Touch Sampling สูงสุด 360Hz และ PWM Dimming 2,304Hz ลดอาการกะพริบ/ล้าตา ขณะที่ RAM 12GB/8GB บนมาตรฐาน LPDDR5X และ ROM 256GB แบบ UFS 3.1 ทำให้เปิดเกม โหลดฉาก และสลับแอปได้เร็วขึ้น กล้องหลัก 108MP OIS (Samsung HM6) + วิดีโอหลัง 4K 60/30fps และหน้า 2K 30fps ครอบคลุมงานถ่ายพื้นฐานถึงระดับจริงจังได้ดีในงบนี้
รายละเอียดรอบตัวครบสำหรับเครื่องหลักประจำวัน: แบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 45W, สแกนนิ้วใต้จอ, NFC, อินฟราเรดพอร์ต, USB-C (รองรับ OTG), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, ถาด Dual nano-SIM, กันละออง/ฝุ่นระดับ IP54 และมอเตอร์สั่น X-axis โทนสีมี Mecha Blue / Mecha Orange / Mecha Silver บอดี้ขนาด 164.26 × 75.43 × 8.15 มม. น้ำหนัก 194 กรัม โดยรวมคือมือถือ Infinix ที่เน้น “เล่นลื่น ภาพสวย เสียงดี พร้อมฟีเจอร์เกมเฉพาะทาง” หากคุณต้องการเลนส์อัลตร้าไวด์/เทเลโฟโต้หรือสเปกบลูทูธระบุเวอร์ชันชัดเจน ในเอกสารสเปกนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดไว้
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 8200 Ultimate 5G (Octa-core: 1×A78 3.1GHz + 3×A78 3.0GHz + 4×A55 2.0GHz), GPU Mali-G610 MC6
- ชิปจอเกม: Pixelworks X5 Turbo + Stable Frame-rate Engine
- หน้าจอ: 6.78″ Flexible AMOLED, FHD+ 1080×2436, รีเฟรชเรต 60/120/144Hz, อัตราส่วนจอ/เครื่อง ~94.30%, ชนิด LTPS
- การแสดงผล/การสัมผัส: Touch Sampling สูงสุด 360Hz, PWM Dimming 2304Hz, ขอบเขตสี DCI-P3
- หน่วยความจำ: RAM 12GB/8GB (LPDDR5X) + ROM 256GB (UFS 3.1)
- กล้องหลัง: 108MP OIS (Samsung HM6, FOV ~83.6°, 6P, AF) + 2MP + 2MP | แฟลชหลัง Quad
- กล้องหน้า: 32MP (FOV ~88.9°, 5P, FF)
- วิดีโอ: หลัง 4K 60/30fps, 1080p 60/30/120/240; หน้า 2K 30fps / 1080p 60/30
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,000 mAh (typ); ชาร์จไว 45W
- ระบบเสียง/มีเดีย: ลำโพงคู่ “Sound by JBL”, Hi-Res, Widevine L1+
- การเชื่อมต่อ: 5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth (ไม่ระบุเวอร์ชัน), NFC, USB-C (OTG), GPS
- ความปลอดภัย/ฮาร์ดแวร์: สแกนนิ้วใต้จอ, X-axis motor, Infrared Port
- กันละออง/ฝุ่น: IP54 (ตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการ)
- มิติ/น้ำหนัก: 164.26 × 75.43 × 8.15 มม. / 194 กรัม
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 14 for GT
- สี: Mecha Blue / Mecha Orange / Mecha Silver

Infinix NOTE 40 PRO+ เป็นมือถือ Infinix กลุ่มคุ้มค่าที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่ต้องการ “ชาร์จเร็วจริงจัง + หน้าจอไหลลื่น + 5G ใช้งานทุกวัน” หน้าจอ 6.78 นิ้ว FHD+ แบบ Flexible AMOLED (LTPS) โค้ง 3D ให้สัดส่วนจอต่อเครื่อง ~93.6% รีเฟรชเรต 60/120Hz และสีสันตามมาตรฐาน DCI-P3 พร้อมระบุความลึกสี 10 บิต (1.07 พันล้านสี) ประสบการณ์คือภาพคมตา เลื่อนลื่น และการแตะตอบสนองไวจาก Touch Sampling สูงสุด 360Hz (5 จุดสัมผัส)/240Hz (10 จุดสัมผัส) ทำงานด้วย XOS 14 บนชิป 5G MediaTek Dimensity 7020 ตอบโจทย์งานประจำวันและคอนเทนต์ทั่วไปได้คล่องตัว
จุดตัดสินใจหลักคือ “ระบบชาร์จ + ระบบกันสั่นกล้อง”: แบตเตอรี่ 4,600 mAh รองรับชาร์จสายสูงสุด 100W และชาร์จไร้สาย 20W รวมถึง Reverse ผ่านพอร์ต Type-C (ตามค่าเอาต์พุตที่ระบุในสเปก) จึงเติมไฟได้ยืดหยุ่นทั้งบ้าน–นอกบ้าน ด้านกล้องให้ชุดหลัง 108MP มี OIS + 2MP + 2MP และกล้องหน้า 32MP รองรับวิดีโอสูงสุด 2K30/1080p60 (หลัง) และ 2K30 (หน้า) ผลลัพธ์คือภาพนิ่งที่นิ่งขึ้นในสภาพแสงยาก และวิดีโอที่ใช้งานได้จริงสำหรับการถ่ายทั่วไป/โซเชียล
รายละเอียดอื่น ๆ ครอบคลุมการใช้งานทุกวัน: หน่วยความจำ 12GB RAM + 256GB ROM (ชนิด UFS 2.2/LPDDR4X), NFC, อินฟราเรด, เซ็นเซอร์ครบพร้อมมอเตอร์สั่น X-axis, สแกนนิ้ว, วิทยุ FM, พอร์ตหูฟังผ่าน Type-C การเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 (a/b/g/n/ac), Bluetooth (ไม่ระบุเวอร์ชัน), 5G/4G/3G/2G ถาด Dual nano-SIM ความทนทานระดับ IP53 ตัวเครื่องขนาด 164.28 × 74.5 × 8.09 มม. น้ำหนัก 190–196 กรัม มีสี Obsidian Black/Vintage Green มุมมองโดยรวม: เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับชาร์จเร็วหลากรูปแบบ จอ AMOLED 120Hz โค้งสวย และ 5G ในงบคุ้มค่า; หากต้องการวิดีโอ 4K, Wi-Fi 6 หรือการ์ดหน่วยความจำ ควรตรวจสอบรุ่นอื่นที่สูงขึ้น
สเปคเด่น
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 7020 (Octa-core: 2×Cortex-A78 2.2GHz + 6×Cortex-A55 2.0GHz), GPU IMG BXM-8-256/Hyper Engine
- หน้าจอ: 6.78″ Flexible AMOLED (LTPS), FHD+ 1080×2436, รีเฟรชเรต 60/120Hz, สัดส่วนจอ/เครื่อง ~93.6%
- สี/การแสดงผล: DCI-P3 Wide Colour Gamut, สี 10 บิต (1.07 พันล้านสี), ระบุความสว่าง 1300 nits (typ ตามสเปก)
- การสัมผัส/สบายตา: Touch Sampling 240Hz@10F / 360Hz@5F, PWM Dimming ระบุ 2160Hz
- หน่วยความจำ: 12GB RAM + 256GB ROM | ชนิด UFS 2.2 + LPDDR4X
- กล้องหลัง: 108MP OIS (หลัก) + 2MP + 2MP | แฟลชหลัง 4 ดวง
- กล้องหน้า: 32MP | แฟลชคู่ด้านหน้า
- วิดีโอ: หลัง 2K@30fps, 1080p@60/30fps, 720p@30fps | หน้า 2K@30fps
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 4,600 mAh; สายสูงสุด 100W; ไร้สาย 20W; ระบุค่าเอาต์พุตผ่าน Type-C สูงสุดถึง 100W
- การเชื่อมต่อ: 5G/4G/3G/2G, Wi-Fi 5 (a/b/g/n/ac), Bluetooth (ไม่ระบุเวอร์ชัน), NFC, USB-C (OTG), GPS
- ระบบเสียง/มีเดีย: รองรับ JBL DTS, Hi-Res, Widevine L1+
- ระบบปฏิบัติการ: XOS 14
- ความปลอดภัย/ฮาร์ดแวร์: สแกนนิ้ว, X-axis motor, Infrared, เซ็นเซอร์ครบ (G-sensor, E-compass, Gyroscope, Light, Proximity, SAR)
- กันละออง/ฝุ่น: IP53
- ซิม/ถาด: Dual nano-SIM
- มิติ/น้ำหนัก: 164.28 × 74.5 × 8.09 มม. / 190–196 กรัม
- สี: Obsidian Black / Vintage Green
- โมเดล: X6851B

Infinix HOT 12i เป็นมือถือ Infinix ระดับเริ่มต้นที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานประจำวัน เน้นหน้าจอใหญ่ 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1612) บนพาเนล TFT พร้อมความสว่างทั่วไป 500 nits เพื่อการอ่านโซเชียล ดูคอนเทนต์ และแชตได้สบายตา แม้ในพื้นที่สว่างพอสมควร เครื่องรองรับ 2 ซิมและเพิ่มความจุผ่าน microSD ได้ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการโทรศัพท์ Infinix ที่ใช้งานพื้นฐานได้ครบในงบประหยัด โดยยังคงความสะดวกเช่นสแกนนิ้วด้านข้างและน้ำหนักประมาณ 190 กรัม
จุดตัดสินใจหลักของรุ่นนี้คือ “ความจุ + แบตอึดใช้งานจริง”: สเปกระบุชุดความจำ 64GB จับคู่ RAM ตัวเลือก 2/3/4/6GB และมี Extended RAM ให้เลือกได้ตามคอนฟิก ช่วยให้สลับแอปพื้นฐานได้ต่อเนื่องและเก็บรูป/วิดีโอได้มากขึ้น แบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับชาร์จผ่านพอร์ต Micro-USB กำลัง 10W (5V/2A) เพียงพอสำหรับการใช้งานหนึ่งวันเต็มตามรูปแบบการใช้งานทั่วไป ส่วนกล้องหลังให้ชุด 13MP + 0.08MP + 0.08MP สำหรับการถ่ายภาพพื้นฐานพร้อมออโต้โฟกัส และกล้องหน้า 8MP รองรับการถ่ายเซลฟีและวิดีโอคอล
รายละเอียดอื่นที่สำคัญ: เครื่องรัน Android 11, รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0, มีสแกนนิ้วแบบ Side-mounted และถาด “2 Nano SIMs + 1 Micro SD” ขนาดตัวเครื่อง 164.04×76.41×8.75 มม. น้ำหนัก 190 กรัม สีให้เลือก Racing Black / Horizon Blue / Haze Green / Champagne Gold โดยรวม HOT 12i เหมาะกับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับจอใหญ่ ใช้งานพื้นฐานครบ แบตอึด และงบประมาณคุ้มค่า หากต้องการ 5G ชาร์จไวระดับสูง หรือจอความละเอียด FHD+ อาจต้องขยับไปดูรุ่นที่สูงขึ้น
สเปคเด่น
- หน้าจอ: 6.6″ TFT, 720×1612 (HD+), สว่างทั่วไป 500 nits, อัตราส่วนจอต่อเครื่อง ~89.78%
- ชิปประมวลผล: ระบุ “Built-in CPU” ความถี่สูงสุด 2.0GHz (ไฟล์ไม่ระบุรุ่นชิป)
- RAM/ROM: 64GB + RAM 2/3/4/6GB (ระบุ Extended RAM ได้ตามคอนฟิก)
- เพิ่มความจุ: ถาด 2 Nano-SIM + 1 MicroSD (ช่องแยก)
- กล้องหลัง: 13MP (AF) + 0.08MP + 0.08MP
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่/ชาร์จ: 5,000 mAh; ชาร์จสูงสุด 10W (Micro-USB, 5V/2A)
- การเชื่อมต่อ: 2G/3G/4G; Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac; Bluetooth 5.0
- ระบบปฏิบัติการ: Android 11
- ความปลอดภัย: สแกนนิ้วด้านข้าง (Side-mounted)
- ขนาด/น้ำหนัก: 164.04 × 76.41 × 8.75 มม. / 190 กรัม
- สี: Racing Black / Horizon Blue / Haze Green / Champagne Gold
จัดกลุ่มมือถือ Infinix ตามการใช้งาน อัปเดต 2025
กลุ่ม 1: สายเกม/อีสปอร์ต
- Infinix GT 20 PRO — Dimensity 8200 Ultimate 5G + ชิปจอ Pixelworks X5 Turbo, จอ AMOLED 144Hz, ลำโพงคู่ JBL เล่นเกมจริงจัง/แข่งขัน
- Infinix GT 30 Pro — จอ 1.5K 144Hz + GT Shoulder Triggers, แบต 5,500 mAh ชาร์จสาย/ไร้สายได้ เกมหนัก + ควบคุมปุ่มไหล่
กลุ่ม 2: คอนเทนต์/วิดีโอ-ภาพนิ่ง
- Infinix ZERO 40 — กล้องหลัก 108MP OIS + Front & Rear 4K Vlog, จอโค้ง 144Hz สายถ่ายคลิป/ทำคอนเทนต์สมดุล
- Infinix NOTE 50 Pro+ — ชุดกล้องระบุ 100X Periscope + IMX896 OIS, วิดีโอหลังสูงสุด 4K60 โฟกัสซูมไกล/กลางคืน
- Infinix ZERO Flip — มือถือจอพับ ฝาพับ + Front & Rear 4K Vlog มุมพับช่วยตั้งถ่าย/วิดีโอเองได้สะดวก Vlogger/Creator สายพกพา
กลุ่ม 3: ชาร์จไวจัดเต็ม/ใช้งานยืดหยุ่น
- Infinix NOTE 40 PRO+ — ชาร์จสาย 100W + ไร้สาย 20W, 5G เติมเร็วมาก ใช้งานหนักบ่อย
- Infinix NOTE 50 Pro — ชาร์จสาย 90W + ไร้สาย 30W (MagCharge) ต้องการไร้สายจริงจังในงบคุ้ม
กลุ่ม 4: ความบันเทิง 5G จอลื่นโค้ง (สมดุลงาน-เกม)
- Infinix NOTE 50s — Dimensity 7300 Ultimate 5G, AMOLED โค้ง 144Hz, ลำโพงคู่จูน JBL ดูหนัง/เล่นเกมแคชชวลลื่น ๆ
กลุ่ม 5: คุ้มค่าเน้นใช้งานพื้นฐาน/งบประหยัด
- Infinix HOT 60 Pro — จอลื่นระดับสูงในงบคุ้ม (144Hz) + แบตอึด โซเชียล/วิดีโอ/เกมแคชชวล
- Infinix HOT 50i — 6.7″ HD+ 120Hz, ความจุ 256GB, แบต 5,000 mAh ใช้ทุกวัน คุ้มราคา พื้นที่เยอะ
- Infinix SMART 10 Plus — 120Hz + แบต 6,000 mAh, ลำโพงคู่ อึดจริง เหมาะเรียน/ทำงานพื้นฐาน
- Infinix HOT 12i — 6.6″ HD+ + แบต 5,000 mAh, สแกนนิ้วด้านข้าง งานพื้นฐานที่สุด ราคาเข้าถึงง่าย
ประวัติ แบรนด์ Infinix
เพื่อความอินที่มากขึ้น เราอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประวัติแบรนด์ Infinix กัน โดยแบรนด์มีความน่าสนใจในหลายจุด และเป็นอีกแบรนด์ที่ให้ความคุ้มค่าด้านสเปคกับแบตที่อึดมาก ๆ อะไรที่เราคาดหวังจะได้เห็นในเรือธงก็อาจจะได้เห็นจากรุ่นกลางของแบรนด์นี้แล้วก็ได้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปเจาะลึกกันเลย
จุดเริ่มต้น
Infinix ก่อตั้งในปี 2013 ในนาม “Infinix Mobility” เป็นแบรนด์ลูกของ Transsion Holdings กลุ่มสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน (จดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกง/ศูนย์ปฏิบัติการหลักที่เซินเจิ้น) โฟกัสผลิตภัณฑ์เพื่อผู้ใช้กลุ่มกว้างในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตั้งแต่เริ่มต้นแบรนด์วางตัว “คุ้มค่า + ฟีเจอร์ตรงวิถีใช้จริง” พร้อมพัฒนาซอฟต์แวร์ครอบ XOS บน Android สำหรับเครื่องของตนเอง
กลยุทธ์ตลาด: โตจากแอฟริกาสู่เอเชีย
เบื้องหลังความสำเร็จของ Infinix คือเครือ Transsion ซึ่ง “จับทางผู้ใช้แอฟริกา” ได้ก่อนใคร ตั้งแต่คุณสมบัติพื้นฐาน (รองรับหลายซิม กล้องปรับโทนผิว แบตอึด) ไปจนถึงบริการหลังการขายในพื้นที่ ผลคือส่วนแบ่งรวมของเครือ Transsion (รวม Infinix, TECNO, itel) ขึ้นนำตลาดสมาร์ทโฟนแอฟริกา โดยรายงานอุตสาหกรรมระบุว่าส่วนแบ่งแตะราวครึ่งตลาดในปี 2023 และยังขยายตัวในตะวันออกกลาง–เอเชียใต้ต่อเนื่อง
ซีรีส์มือถือที่แบรนด์จำหน่าย
Infinix แบ่งตระกูลเพื่อรับโจทย์ผู้ใช้ที่หลากหลาย:
- SMART/HOT ลงทุนคุ้ม เน้นจอใหญ่ แบตอึด สำหรับการใช้งานพื้นฐาน
- NOTE/ZERO ยกระดับสเปก จอ/เสียง/กล้องครบสำหรับงานทุกวัน–ความบันเทิง
- GT สายเกมโดยเฉพาะ เปิดตัวสู่ตลาดกว้างในปี 2023 (GT 10 Pro) แล้วต่อยอดสู่ GT 20 Pro ที่เน้นภาพลื่นและเฟรมเรตนิ่งด้วยชิปจอเฉพาะทาง Pixelworks X5 Turbo (2024) เพื่อเกมยอดนิยมอย่าง MLBB, PUBG, CODM
หมุดหมายด้านเทคโนโลยี
- ชาร์จเร็วระดับเรือธงราคาเข้าถึง: ปี 2022 ZERO Ultra ชู 180W “ThunderCharge” พร้อมกล้องหลัก 200MP สร้างกระแสให้แบรนด์ในเวทีสากล, ปี 2023 แล็บของ Infinix โชว์ต้นแบบชาร์จ 260W (สาย) และ 110W (ไร้สาย) สะท้อนทิศทาง “All-Round FastCharge” ของแบรนด์
- ระบบชาร์จแม่เหล็ก (MagCharge): ปี 2024 ซีรีส์ NOTE 40 เปิดตัว MagCharge 20W พร้อมอุปกรณ์ MagKit (MagPad, MagPower) และชิปจัดการพลังงานเฉพาะทาง เพื่อให้ชาร์จยืดหยุ่นทั้งสาย–ไร้สายในงบกลาง
- เกมมิ่ง/จอภาพ: GT 20 Pro ผนวกจอ AMOLED 144Hz กับ Pixelworks X5 Turbo เพื่อรีดเสถียรภาพภาพและเฟรมเรตในเกมฮิต เป็นการย้ำภาพมือถือเล่นจริงจังในงบเข้าถึงได้
ตัวตนของแบรนด์วันนี้
Infinix วางตำแหน่ง “นวัตกรรมที่จับต้องได้” สำหรับผู้ใช้รุ่นใหม่ ใส่ฟีเจอร์ที่เคยอยู่ในรุ่นแพง (จอลื่น 120–144Hz, ชาร์จไวสูง, กล้องกันสั่น, เสียงจูนพาร์ตเนอร์) ลงในช่วงราคาคุ้มค่า พร้อมเดินเกมตลาดเกิดใหม่เป็นหลัก จากข้อมูลปี 2023–2024 เครือ Transsion เติบโตสวนตลาดโลกและยังเป็นผู้นำในแอฟริกา ขณะที่ Infinix เองก็เร่งบุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และตะวันออกกลางด้วยสูตรเดิมราคาดี ฟีเจอร์คุ้ม และอัปเดตเทคโนโลยีเร็ว
Infinix เติบโตจาก “คุ้มค่าในตลาดเกิดใหม่” สู่ “ตัวจริงด้านชาร์จไว/จอลื่น/เกมมิ่งในงบกลาง” โดยมี Transsion เป็นหลังบ้านที่แข็งแรง—และยังขยายบทบาทผ่านเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ All-Round FastCharge และไลน์เกม GT ที่กำลังเป็นจุดขายสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ มือถือ Infinix
Infinix คือ?
Infinix เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนภายใต้ Transsion Holdings ก่อตั้งปี 2013 จดทะเบียนที่ฮ่องกงและมีศูนย์ปฏิบัติการที่เซินเจิ้น ประเทศจีน
นโยบายอัปเดตซอฟต์แวร์ของ Infinix เป็นอย่างไร?
รุ่นใหม่ระดับกลางขึ้นไปหลายรุ่น ระบุว่าให้อัปเกรด Android 2 เวอร์ชัน และแพตช์ความปลอดภัย 3 ปี เช่น GT 20 Pro และ NOTE 40 Pro เป็นต้น
XOS คืออะไร เวอร์ชั่นที่เท่าไหร่แล้ว?
XOS คือสกิน Android ของ Infinix ปัจจุบันในรุ่นใหม่จะเห็น XOS 14 (พร้อมแนวคิด Clean & Pure OS 2.0 ใน GT 20 Pro) และประกาศสิทธิ์อัปเกรด 2 เวอร์ชัน/3 ปีแพตช์ตามข้อ 2 (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าสินค้าแต่ละรุ่น)
เทคโนโลยีชาร์จเร็วของ Infinix มีอะไรเด่นบ้าง?
แบรนด์ Infinix ผลักดัน All-Round FastCharge 2.0 (มีทั้งสายและไร้สาย) เปิดตัวกับซีรีส์ NOTE 40 โดยมีชิปจัดการพลังงาน Cheetah X1 และอุปกรณ์ MagCharge 20W บางรุ่นระบุชาร์จสายสูงสุดถึง 100W (ขึ้นกับรุ่น)
รุ่นไหนที่รองรับชาร์จเร็ว/ไร้สาย?
NOTE 40 Pro ระบุชาร์จสาย 70W และ MagCharge 20W บนหน้าเว็บไซต์ทางการ รุ่นย่อย/ประเทศอาจต่างกัน เลือกเช็คหน้า “Specs” ของรุ่นที่ขายในไทยก่อนซื้อ
มือถือInfinix กันน้ำระดับไหน?
โดยมากจะกันละออง/ละอองน้ำระดับ IP53–IP54 (ไม่ใช่กันน้ำเต็มรูปแบบ) เช่น NOTE 40 Pro – IP54, GT 20 Pro – IP54 หลีกเลี่ยงการจุ่มน้ำ
เล่นวิดีโอ 4K/กล้อง OIS มีในรุ่นไหนบ้าง?
ขึ้นกับรุ่น: GT 20 Pro ระบุ OIS 108MP และวิดีโอความชัดสูงสุด 4K; NOTE 40 Pro เน้น OIS 108MP ด้วย และเนื่องจากมือถืออินฟินิกซ์มีรุ่นย่อยเยอะในแต่ละซีรีส์ ตรวจสเปคหรือทวนสเปคก่อนตัดสินใจ
อ่านเพิ่มเติม - มือถือเน้นกล้องสวย
มือถือ Infinix มี NFC ไหม?
มีในรุ่นกลาง–บนหลายรุ่น เช่น NOTE 40 Pro, GT 20 Pro (ระบุ NFC ชัดเจน) แต่รุ่นเริ่มต้นอาจไม่มี ตรวจสเปคก่อนซื้อเสมอ
มือถือ Infinix ใช้หัวชาร์จมาตรฐาน USB-PD ได้หรือไม่?
บางรุ่นรองรับ PD 3.0 (เช่น GT 20 Pro ระบุ PD 3.0 ในโหมด HyperCharge) แต่กำลังชาร์จสูงสุดจะขึ้นกับอะแดปเตอร์/สายและโปรโตคอลที่รองรับของรุ่นนั้น ๆ
ศูนย์บริการ/การรับประกันในไทยคือที่ไหน?
บริการหลังการขายดูแลโดย Carlcare และเพจดูแลของ Infinix Thailand เอง มีหน้า “Repair” ประเทศไทยและนโยบายรับประกันอย่างเป็นทางการ (ทั่วไป 1 ปี สำหรับสมาร์ทโฟน; อุปกรณ์เสริมตามเงื่อนไข)
เช็คศูนย์บริการ–สถานะรับประกันทำอย่างไร?
สามารถค้นหาศูนย์บริการ/เช็กสถานะรับประกันผ่านเว็บไซต์ Carlcare หรือแอป Carlcare ได้โดยใช้ IMEI
การรูท/ปลดล็อกบูทโหลดเดอร์มีผลต่อประกันหรือไม่?
มีผล เงื่อนไข Carlcare ระบุว่า “การปรับแต่ง/ซ่อมโดยไม่ใช่ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต” รวมถึงการดัดแปลงซอฟต์แวร์ อาจทำให้ “หมดประกัน” ทันที; โพสต์จากช่องทางทางการของ Carlcare ก็ย้ำประเด็นนี้เช่นกัน
มือถือ Infinix รุ่นไหนเหมาะกับเกมจริงจัง?
ขอยกตัวอย่างเป็นรุ่น GT 20 Pro โดดเด่นด้านเกม: ชิป Dimensity 8200 Ultimate, จอ AMOLED 144Hz, และ ชิปจอเกม (Pixelworks) พร้อมระบบ Stable Frame-rate ระบุ 120 FPS ต่อเนื่องในเกมที่รองรับ
Infinix มี Google Mobile Services (Play Store) ไหม?
เครื่องที่ขายในไทยมาพร้อม Android + บริการ Google ตามปกติ ให้ตรวจหน้า “Specs” ของรุ่น/ประเทศไทยก่อนซื้อเพื่อความแน่ใจ (บางภูมิภาคอาจต่างกัน)
อ่านเพิ่มเติม - รวมมือถือสำหรับเล่นเกม
มือถือ Infinix รองรับ eSIM หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับรุ่นและประเทศ หลายรุ่นของ Infinix ยังใช้ Dual nano-SIM เป็นหลัก
วิธีเช็ค: ไปที่ การตั้งค่า > การ์ดซิม/ตัวจัดการซิม แล้วดูว่ามีตัวเลือก “เพิ่ม eSIM” หรือไม่ (ซึ่งเป็นแนวทางทั่วไปสำหรับ Android)
อ่านเพิ่มเติม - มือถือที่รองรับ e-SIM
จะรู้ได้อย่างไรว่ารุ่นที่เล็งไว้สามารถอัปเดตได้ถึง Android 16?
ถ้าหน้ารุ่นระบุ “2 Major Android Upgrades” และตอนเปิดตัวอยู่บน Android 14 รุ่นนั้น ควรได้ถึง Android 16 ตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ (ตัวอย่าง: GT 20 Pro, NOTE 40 Pro) แต่เพื่อความเป็นปัจจุบันที่สุด แนะนำให้เช็คกับเว็บไซต์ทางการหรือติดต่อสอบถามผ่านเพจทางการที่ความน่าเชื่อถือ
ถ้าซื้อรุ่น NOTE 40 Pro ต้องรู้อะไรเพิ่ม?
NOTE 40 Pro เน้นชาร์จเร็ว/ไร้สาย (All-Round FastCharge 2.0 + MagCharge 20W), จอ AMOLED โค้ง 120Hz, กล้องหลัก 108MP OIS และระบุอัปเดต Android 2 เวอร์ชัน/แพตช์ 36 เดือน
หาช่องทางติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าในไทยได้ที่ไหน?
หน้า “Repair – Thailand” ของ Infinix แสดงข้อมูลติดต่อ (เช่น หมายเลข 02-038-5157, เวลาให้บริการทำการ) และลิงก์ไปยัง Carlcare สำหรับจองคิว/ค้นหาศูนย์