ยุคนี้บอกเลยว่าสมาร์ทวอชก็แทบจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตัวกันแล้ว ด้วยความสามารถมากมายทั้งการบอกเวลา อุณหภูมิ ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการออกกำลังกาย การนำทาง หรือแม้กระทั่งการติดต่อสื่อสาร ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สมาร์ทวอชรุ่นต่าง ๆ มีเอาไว้ให้คุณหมด แต่รุ่นไหนจะมีอะไรตรงสเปคคุณบ้างมาติดตามไปพร้อมกับเราเลยดีกว่า

วิธีการเลือกสมาร์ทวอช
สมาร์ทวอชมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ

1. Standalone
ที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์แบบแรง ๆ เข้ามาช่วยประมวลผลภายในตัวเครื่อง หน้าจอแสดงผลจะใหญ่ บางตัวอาจใส่ซิมการ์ดได้ เชื่อต่ออินเทอร์เน็ตได้ รวมไปทั้งสามารถโทรศัพท์กันได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีความสามารถในด้านสุขภาพต่าง ๆ เข้ามาทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และอื่น ๆ แต่ราคาจะค่อนข้างสูง

2. Comoanion
ตัวนี้จะทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน เป็นเหมือนอีกหน้าจอของโทรศัพท์คุณก็ว่าได้ เอาไว้คอยดูแจ้งเตือนต่าง ๆ แบบที่ไม่ต้องล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา บางรุ่นก็เพิ่มเซ็นเซอร์เข้ามาช่วยเรื่องสุขภาพมากขึ้นทั้งนับก้าว วัดอัตราหัวใจ ราคาแบบนี้จะถูกกว่า

Honor Band 5 Fitness Smart Bracelet

888 บาท
1. Honor Band 5 Fitness Smart Bracelet
smartwatch Huawei ราคา
add_circle ฟังก์ชั่นเพื่อการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันครบ
add_circle ราคาไม่แพงมาก
add_circle ติดตามการนอนหลับที่สามารถจำแนกปัญหาในการนอนได้ถึง 6 แบบ
remove_circle ยังไม่สามารถคุยโทรศัพท์หรือรับการแจ้งเตือนได้
remove_circle วัดค่าอาจไม่แม่นเท่ารุ่นใหญ่

สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 0.97 นิ้ว ความละเอียด 120 x 240px  ครอบด้วยกระจก 2.5D มีฟีเจอร์หลักๆ สำหรับการออกกำลังกายครบครัน ทั้งเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจที่เปิดใช้งานได้ตลอด 24 ชม ระบบติดตามการนอนหลับที่สามารถจำแนกปัญหาในการนอนได้ถึง 6 แบบ สามารถตั้งโหมดการออกกำลังกายได้อีก 10 แบบ เช่น การวิ่งในที่ร่ม, การวิ่งกลางแจ้ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ ฯลฯ และยังมีระบบ TruSeen 3.5 ใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แม่นยำมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน รวมถึงยังมีโหมดการออกกำลังกายอื่น ๆ อีกด้วย มีเซ็นเซอร์ SpO2 ที่ช่วยวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดได้เฉพาะ กันน้ำระดับ 5 ATM สามารถใส่ว่ายน้ำได้ (มีโหมดสำหรับว่ายน้ำ) ที่สำคัญแบตเตอรี่อยู่ได้นานสูงสุดถึง 14 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งรอบ
มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีชมพู และสีน้ำเงินเข้ม

รีวิวจากผู้ใช้จริง

- ราคาคุ้ม ดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นครบ

Samsung Galaxy Fit

2769 บาท
2. Samsung Galaxy Fit
smartwatch Samsung ราคาประหยัด
add_circle ฟังก์ชั่นเพื่อการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันครบ
add_circle มีระบบสั่นแจ้งเดือน พร้อมการแจ้งเตือนเต็มรูปแบบ
add_circle กันน้ำ
remove_circle ฟังค์ชั่นออกกำลังอาจไม่ครบเท่ารุ่นพี่
remove_circle ไม่มีระบบวัดการนอน

นาฬิกาที่พร้อมมอบให้คุณสนุกไปกับการออกกำลังกาย ราคาประหยัด มาพร้อมจอ Full Color AMOLED ขนาด 0.95 นิ้ว ความละเอียด 120 x 240 (282ppi)เซนเซอร์ Accelerometer + Gyroscope เซนเซอร์ HR วัดอัตราการเต้นหัวใจ มีเชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 BLE มีระบบสั่นแจ้งเดือน พร้อมการแจ้งเตือนเต็มรูปแบบ พร้อมกันน้ำที่ 50 เมตร

รีวิวจากผู้ใช้จริง

- ชอบมากค่ะ ตั้งใจซื้อมาเริ่มต้นวิ่งใช้ทุกวันเลยค่ะ

Garmin Fenix 5X Sapphire Multisport GPS Watch Mapping Wrist HR

15750 บาท
add_circle มีระบบนำทางที่ดี
add_circle กันน้ำ
add_circle ฟังก์ชั่นเพื่อการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันครบ
remove_circle ราคาสูงมาก
remove_circle ศูนย์บริการไม่มาก

เหมาะกับสายลุยมากจริง ๆ สำหรับนาฬิกาเรือนนี้ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ภายในที่มีทั้งเข็มทิศสามแกน, ไจโรสโคป และ เครื่องวัดความสูงในบรรยากาศ ที่พร้อมจะทำให้การเดินทางของคุณในทุกพื้นที่สะดวกและลุยได้มันส์กว่าที่เคย และแน่นอนว่าฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพอย่างวัดอัตราหัวใจก็ยังคงอยู่ และยังเพิ่มความบันเทิงด้วยการจดเก็บและเล่นเพลงได้ถึง 500 เพลงให้กับคุณได้อีกด้วย

รีวิวจากผู้ใช้จริง

- ทนทาน ฟังก์ชั่นการใช้งานครอบคลุม

สมาร์ทวอช smart watch นาฬิกาข้อมือ สายรัดข้อมือ smart bracelet รุ่น Q6

1350 บาท
add_circle ฟังก์ชั่นเพื่อการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันครบ
add_circle เชื่อมต่อกับโทรศัพท์และแจ้งเตือนกันลืม กันโดนขโมยได้
add_circle กันน้ำ
remove_circle สีสันอาจจะยังสดไปนิดหน่อยสำหรับบางคน
remove_circle ไม่เด่นเรื่องความแม่นยำ

มาพร้อมราคาเบา ๆ และฟังก์ชั่นจัดเต็มกันอีกเช่นเคย กับสมาร์ทวอชหน้าจอสัมผัส กันน้ำได้ลึก 30 เมตร ดีไซน์ล้ำ เพิ่มความคล่องตัวให้กับคนรักการออกกำลังกาย และช่วยวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดันและออกซิเจน บันทึกการนอน นับก้าวเดิน วัดระยะ วัดพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน และที่สำคัญเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของคุณได้เพื่อเตือนกันลืมและเตือนหากโดนขโมย

รีวิวจากผู้ใช้จริง

- ทนทาน ฟังก์ชั่นการใช้งานครอบคลุม ดีไซน์สวย คล่องตัว

Apple Watch Series 3

6400 บาท
5. Apple Watch Series 3
smartwatch Apple ราคา
add_circle เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนใช้งานได้อย่างครอบคลุม
add_circle กันน้ำ
add_circle ฟังก์ชั่นเพื่อการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันครบ
remove_circle ราคาสูง
remove_circle ใช้ได้กับเฉพาะคนที่ใช้ iPhone

สมาร์ทวอชจากแบรนด์ยอดฮิตอย่าง Apple ถ้าไม่ติดอันดับของเราก็ดูจะไม่ใช่การรีวิวสมาร์ทวอชที่ถูกต้องเท่าไรนักเพราะบอกเลยว่าซีรีย์ใหม่ที่มาในตอนนี้ก็คือซีรีย์ 3 และเหมาะมากที่จะมาใส่ลุยเพื่อการออกกำลังกายตั้งแต่แบบเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันไปจนถึงการออกกำลังกายแบบจริงจังสมาร์ทวอชตัวนี้ก็ตอบโจทย์ให้กับคุณได้ทั้งนั้น

รีวิวจากผู้ใช้จริง

- สเปคดี ดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นครบ

นาฬิกาอัจฉริยะXiaomi Huami AMAZFIT Pace สัญญาณบลูทูธ 4.0 เวอร์ชันภาษาอังกฤษ

2819 บาท
add_circle ฟังก์ชั่นเพื่อการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันครบ
add_circle ใช้งานได้นานสูงสุด 11 วัน
add_circle มีระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ
remove_circle ยังไม่ค่อยเสถียรมากเท่าไรนัก
remove_circle ราคาไม่ถูก

มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูดูแพงแต่ราคาย่อมเยาเข้าถึงง่ายและฟังก์ชั่นครบจริง ๆ สำหรับสมาร์ทวอชตัวนี้ที่จะเข้ามาวัดการเต้นของหัวใจ ตัวเรือนผลิตด้วยเซรามิก (Ceramic), หน้าปัดเป็นกระจก Gorilla Glass สามารถกันน้ำ-กันฝุ่นระดับมาตรฐาน IP67 มีเซ็นเซอร์วัด Heart Rate อยู่ใต้เรือนนาฬิกา มีโปรแกรม Training สำหรับผู้ฝึกวิ่งมาราธอน รองรับการใช้งานทั้ง Indoor / Outdoor สามารถวัดค่าการเต้นของหัวใจได้อย่างต่อเนื่อง บันทึกการเดิน นอน ในแต่ละวัน เป็นตารางสถิติผ่านแอพฯมือถือ แบตอึด ใช้งานได้นานสูงสุด 11 วัน

รีวิวจากผู้ใช้จริง

- นาฬิกาออกกำลังกายที่ราคาถูกกว่ายี่ห้อดังๆ สามารถใช้ออกกำลังกายได้ดี แถมมีความจำใส่เพลงได้ ทำให้ไปวิ่งได้โดยไม่ต้องพกมือถือ และแบตสามารถใช้ได้ประมาณ 5 วัน (ออกกำลังวันสองวันครั้ง)ทนพอสมควร

Xiaomi Mi Smart Band 4 - สายรัดข้อมืออัจฉริยะ

649 บาท
7. Xiaomi Mi Smart Band 4 - สายรัดข้อมืออัจฉริยะ
smartwatch xiaomi ราคาประหยัด สุดคุ้ม
add_circle ราคาถูก แต่ฟังค์ชั่นจัดเต็ม
add_circle ฟังก์ชั่นเพื่อการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวันครบ
add_circle ดีไซน์ดูทันสมัยดี
add_circle กันน้ำได้ลึก
remove_circle ไม่มี GPS ในตัว
remove_circle ลูกเล่นการวัดค่าไม่มาก

สมาร์ทวอชที่มาพร้อมหน้าจอสี AMOLED กระจกนิรภัย2.5Dที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้มากขึ้น ความละเอียด120x240พิกเซล มีฟังค์ชั่น Voice Assistantที่มีผู้ช่วยอัจฉริยะที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงและสามารถเชื่อมต่อได้กับผลิตภัณฑ์ IOT ต่างๆ กันน้ำ5ATM (ลึก50เมตร) มีเซ็นเซอร์ 6 แกนสำหรับตรวจจับกิจกรรมหรือการออกกำลังกาย สามารถตรวจจับการเล่นกีฬาได้ถึง6แบบ ได้แก่ วิ่งใน/นอกที่ร่ม ปั่นจักรยาน เอกเซอร์ไซส์ ว่ายน้ำ และเดินออกกำลังกาย รองรับ Bluetooth 5.0 แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ 20 วันสบายๆ

รีวิวจากผู้ใช้จริง

- ตัวสินค้าสภาพโอเค วัสดุดี

- ใช้งานได้ดี 

บทส่งท้าย

บอกเลยว่าถ้าคุณเจอกับสมาร์ทวอชที่ใช่แล้วล่ะก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณสะดวกขึ้นได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน แถมยังเป็นตัวช่วยที่ดีมากให้กับคนรักการออกกำลังกายเพราะคุณจะเก็บสถิติและข้อมูลต่าง ๆ เอามาเปรียบเทียบและวางแผนการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นนั่นเอง

Disclaimer: ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: ราคาที่แสดงนั้นเป็นเพียงตัวชี้วัดว่าสินค้านั้นมีค่ามากเท่าไร ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของร้านค้านั้นๆ หากสินค้าใดไม่แสดงราคาหรือคุณหาสินค้าใดๆ ไม่เจอ Email มาหาเราได้ที่ [email protected] ทันที 

Smartwatch คืออะไร

หลายคนอาจจะรู้จัก Smartwatch อยู่แล้ว แต่บางคนอาจจะไม่คุ้น จริงๆ Smartwatch คือนาฬิกาอัจฉริยะ แปลให้เข้าใจง่ายๆ อีกก็คือ นาฬิกาที่เป็นเหมือนคอมพิวเตอร์ด้วย สมัยหนึ่งเราเคยมีนาฬิกาที่มีจอ ใช้คิดเลขได้ ดูทีวี ฟังเพลงบนนาฬิกาได้ ระบบอาจจะไม่เสถียรนัก แต่นั่นคือยุคแรกของ Smartwatch ต่อมาเริ่มมีแบรนด์ดังอย่าง Huawei Xiaomi ไปพัฒนาจนกลายเป็นที่นิยม ออกแบบให้ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง และสวยงามเหมือนนาฬิกาทั่วๆ ไป โดยคุณสมบัติก็เด่นกว่านาฬิกาทั่วๆ ไปที่สามารถตรวจจับการออกกำลังกายได้ เชื่อมต่อกับมือถือได้ ดูการแจ้งเตือนบนมือถือ ที่สำคัญราคาเผลอๆ จะถูกกว่านาฬิกาหลายรุ่นเสียอีก แถมยังทำหรูหราเหมือนแบรนด์แพงๆ ด้วย

แล้วจะหา Smartwatch ได้ที่ไหน

ไม่ยากครับ ตามห้างมีให้เลือกหลายช็อป ไปลองใส่ ลองเล่นก่อนว่าเข้ามือมั้ย ถนัดมั้ย แต่ละรุ่นก็จะมีฟังค์ชั่นที่ต่างกัน ต้องไปลองเล่นถึงจะดี แล้วก็จ่ายตังซื้อเลย 

แต่สำหรับใครที่มั่นใจแล้วว่าจะเลือกรุ่นไหน ช้อปออนไลน์ถูกกว่าเยอะครับ มีโปรพิเศษตลอดเวลา อย่างรุ่นที่เราแนะนำ 5 รุ่นนี้ก็มีลิ้งค์ให้ไปช้อปออนไลน์ ของแท้เหมือนกัน ถูกกว่าเห็นๆ 

ใครบ้างที่จะเหมาะกับ Smartwatch

ตอบแบบง่ายๆ ก็คือทุกคนที่ใส่นาฬิกานั่นแหละ 555 จริงๆ แล้วเหมาะกับคนที่อยากตรวจจับการออกกำลังกาย และอยากให้นาฬิกาทำหน้าที่ได้มากกว่าการดูเวลา อย่างการดูการแจ้งเตือนบนมือถือก็สะดวก นาฬิกาปกติทำไม่ได้ สมัยก่อน Smartwatch หน้าตาจะดูเฉิ่มๆ ไม่น่าใช้ แต่ปัจจุบันดูดีเหมือนแบรนด์นาฬิกาดังๆ เลย ที่สำคัญราคาไม่ได้แพงเหมือนแต่ก่อนเลย เอาจริงๆ แทบไม่มีเหตุผลที่จะไม่ซื้อ Smartwatch เลยนะ เพราะมันล้ำ ราคาก็ไม่แพง ดีจนใครๆ ก็ใช้ได้ แต่สำคัญสุดคือคนที่ออกกำลัง และเชื่อมต่อมือถือ ซึ่งนาฬิกาปกติจะทำไม่ได้ 

เหตุผลอะไรที่จะทำให้หันมาใช้ Smartwatch

ตอบง่ายมาก ก็เพราะความล้ำทันสมัยของมันไง ดูการแจ้งเตือนมือถือได้ ตรวจจับออกกำลังกายได้ มันเหมาะกับยุคนี้เพราะเชื่อม Smartphone ได้แทบทุกรุ่น อีกอย่างก็คือราคาที่ไม่ได้แพงเว่อร์เหมือนแต่ก่อนนี่แหละ ทำให้น่าใช้สุดๆ

เกณฑ์ในการเลือกหลักๆ 

ของแบบนี้เป็นความชอบส่วนตัวครับ หลักๆ เลยคือควรไปลองเล่นและเลือกรุ่นที่ใช้ง่ายสำหรับเรา เพราะมันเหมือนมือถือเครื่องนึงแหละ ใช้งานให้คุ้นมือ ลองเล่นที่ร้านให้พอใจ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คำนึงถึงคือ 

  1. แบตเตอรี่ เพราะมันต้องชาร์จบ่อยๆ หากรุ่นไหนที่ต้องชาร์จทุกวันอาจจะไม่สะดวก (แม้มันจะชาร์จไม่นานก็เถอะ) 
  2. เรื่องของการรับประกัน ควรเลือกรุ่นที่มีการรับประกัน อย่างน้อยซัก 1 ปี เพราะเวลาเสียจะได้ซ่อมได้ง่ายๆ อย่าเลือกรุ่นที่ไม่มียี่ห้อ แม้จะถูก แต่ใช้แปบเดียวก็เสีย (ผู้เขียนเคยลองแล้ว 2-3 เดือนก็เสียแล้ว ไม่คุ้มเลย)

แต่หลักๆ คือต้องลองใช้ให้คุ้นมือ เดี๋ยวนี้ตามห้างมีช็อปให้ลองเล่นเยอะมาก ไปลองเล่นให้คุ้นมือ ใช้ถนัดมั้ย จอใหญ่พอมั้ย หนักไปหรือเปล่า สายเป็นยังไง บางรุ่นสายหนัก เหมือนนาฬิกาทั่วไปแหละครับ บางรุ่นสายหนัก บางคนชอบ บางคนว่าหนักไป บางรุ่นดูก๊องแก๊งไป อย่าลืมนะว่าเราจะใส่ Smartwatch แทนนาฬิกาปกติ รูปทรง น้ำหนักก็สำคัญไม่แพ้ฟีเจอร์ในเครื่อง

ปัจจัยที่สำคัญในการเลือก Smartwatch

  1. การรับประกัน - อย่างที่ได้เล่าไปว่าเวลาเสียขึ้นมา ประกันช่วยเราได้มาก แม้จะเป็นของราคาที่ไม่สูง แต่ปัญหาคือหากเสีย ช่างที่ซ่อมได้น่าจะมีน้อย (ที่ไม่ใช่ศูนย์) ดังนั้นประกันจะช่วยเราได้มากในส่วนนี้
  2. ระบบปฏิบัติการ - หลักๆ แล้ว Smartwatch จะแบ่งเป็นสองระบบคือ
    1. ระบบปฏิบัติการแบบปิด เช่น Huawei Watch GT2, Mi Band 4 พวกนี้ข้อดีก็คือจะประหยัดแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพดีเยี่ยม และราคามักไม่แพง แต่จะมีข้อเสียคือความยืดหยุ่นที่น้อย ลงแอปอะไรเพิ่มในนาฬิกาไม่ได้ มีให้เท่าไรใช้ได้แค่นั้น (แม้จะมีให้ใช้เยอะก็ตาม)
    2. ระบบปฏิบัติการแบบเปิด เช่น Wear OS หรือระบบ iOS ของ Apple watch พวกนี้ข้อดีคือจะมีความยืดหยุ่นสูง เพราะลงแอปเพิ่มเติมได้ ปรับระบบได้ค่อนข้างมาก คนที่ชอบการ modify จะชอบแบบนี้ แต่ต้องแลกกับราคาที่สูงขึ้น และแบตเตอรี่ที่ (อาจ) ไม่อึดมาก เพราะความหลากหลายของแอป ทำให้ระบบอาจซิงค์ข้อมูลบ่อย หรือแอปที่ไม่ดีอาจทำให้กินแบต (เหมือน Smartphone) แหละครับ

ซึ่งจะเลือกแบบไหนก็ขึ้นกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ถ้าชอบแบบง่ายๆ ใช้ง่ายก็เลือกแบบแรกไป แต่ถ้าชอบปรับแต่ง เพิ่มลูกเล่นมากๆ แบบสองน่าจะเหมาะกว่าครับ

3. ราคา - อันนี้แล้วแต่งบประมาณแต่ละคน สรุปง่ายๆ คือถ้าราคาไม่สูง (หลัก ร้อยจนถึงสองสามพัน) ระบบจะไม่ยืดหยุ่นมาก แต่มีฟีเจอร์พวกออกกำลังกายครบ เช็คการแจ้งเตือนบนมือถือได้ ราคาไม่แพง ขนาดเล็กน่ารัก แต่หากมีงบมากขึ้นหน่อย ก็จะมี GPS ติดเครื่อง การวัดค่าจะแม่นขึ้น และเครื่องจะดูหรูหราขึ้นเหมือนนาฬิการาคาแพง 

  • สเปค ประสิทธิภาพ - อันนี้จะขึ้นกับสองตัวแปร คือ ระบบปฏิบัติการ และราคา 

  • หากราคาไม่สูง และเป็นระบบปฏิบัติการแบบปิด (เช่นพวก Mi Band 4) พวกนี้ประสิทธิภาพมักจะดี เพราะลงแอปอะไรไม่ได้ ปรับแต่งมาเฉพาะรุ่นนั้น เครื่องมักจะลื่น ประสิทธิภาพดี และเบตเตอรี่มักจะอึด 
  • แต่หากเป็นราคาที่สูงขึ้น หรือระบบปฎิบัติการแบบเปิด เช่นพวก Ticwatch Pro พวกนี้ประสิทธิภาพ จะขึ้นกับ CPU ของเครื่องด้วย ต้องดูสเปคเป็นนิดนึง พวกนี้ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่การใช้งาน เช่น ลงแอปเยอะมั้ย อาจจะใช้งานยากกว่าระบบปิดสักหน่อย แต่ยืดหยุ่นกว่า 

        1. แต่ยกเว้นสำหรับ Apple Watch ละกันนะ เพราะเป็นทั้งระบบเปิด (ที่ใช้กับ iPhone) และใช้งานดี แบตอึด อันนี้เค้าทำมาดีจริงๆ ต้องยอมเค้า

4. แบรนด์ - ไม่พูดไม่ได้เพราะมีผลมากจริงๆ อย่าง Apple Watch หรือ Garmin ที่ใส่แล้วจะดูดี หรูหรากว่าพวกแบรนด์ทั่วๆ ไป มันส่งผลต่อภาพลักษณ์จริงๆ และแบรนด์ดีๆ มักทำเครื่องดีไซน์ให้ดูหรูเหมือนแบรนด์นาฬิกาแพงๆ ที่รู้จักกัน นอกจากนี้แบรนด์ที่ดีมักมาพร้อมระบบประกันตัวเครื่องที่ดี เรื่องนี้อย่างที่บอกไปว่าสำคัญมากๆ เพราะหากเครื่องเสีย ศูนย์ที่ดีจะสามารถซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องให้ได้โดยไม่ต้องกังวล 

5. ความใช้ง่ายของระบบ - อันนี้ล้อกับระบบปฏิบัติการเลย หากต้องการใช้รุ่นที่ใช้ง่าย เลือกรุ่นที่เป็นระบบปฏิบัติการปิดดีกว่า เช่น Huawei Watch GT แต่หากต้องการความยืดหยุ่น หรือไม่สนใจเรื่องการใช้งานที่ง่าย เลือกระบบปฏิบัติการแบบเปิดจะมีความสุขมากกว่า เพราะทำอะไรได้อีกมาก

6. หน้าจอ - หน้าจออาจจะต้องไปดูของจริงว่าเหมาะกับเรามั้ย และเป็นปัจจัยสำคัญเลย ขนาดจอจะพอดีมั้ย ความคมชัด ส่วนนี้สำคัญเพราะเราต้องมองจอนั้นเป็นประจำ พยายามดูเรื่องขนาด ประเภทจอให้ดี หากต้องการจอที่ชัดๆ ให้เลือกรุ่นที่เป็นจอ AMOLED จะเหมาะกว่าเพราะจอจะสีสวย คมชัดกว่าจอ LCD และขนาดก็สำคัญเช่นกัน ต้องไปดูของจริงจึงจะรู้ว่าใหญ่พอกับตาเรามั้ย 

7. ตัวเครื่อง วัสดุ - วัสดุจะส่งผลต่อรูปลักษณ์นาฬิกาโดยตรง หากไม่ซีเรียสเรื่องนี้ ใช้รุ่นที่เป็นสายพลาสติก สายยางธรรมดาก็พอแล้ว เพราะราคาไม่แพง แต่หากซีเรียส ก็ลองมองหารุ่นที่เป็นสแตนเลส สายไทเทเนียม ซึ่งราคาจะสูงกว่าแน่นอน แต่ได้ภาพลักษณ์ที่ดี และดูดีเหมือนนาฬิกาแพงๆ อีกอย่างคือสี รูปทรง ตัวสายต่างๆ อาจจะต้องไปดูของจริงเพื่อให้เห็นว่าตรงใจมั้ย เพราะวัสดุ ตัวเครื่องมันต้องเห็นของจริงจึงจะรู้ว่าดียังไง

8. ชิปประมวลผล - อันนี้อาจจะต้องคนที่ศึกษานิดนึง ความจริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด เพราะหาก Software ดี ระบบก็ลื่น แต่หาก CPU ชิปดีๆ ก็ทำให้ลื่นได้เช่นกัน พยายามเลือกรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ชิปหรือ CPU ใหม่ๆ จะช่วยให้การใช้งานลื่นไหลได้มากครับ แต่อย่างที่บอกก็ไม่ต้องซีเรียสมาก Mi Band 4 ราคาไม่ถึงพันก็ใช้งานได้ลื่นมากแล้ว เพราะจอไม่ใหญ่ ระบบไม่ได้ซับซ้อนมาก มันขึ้นอยู่กับ Software และ Hardware ด้วยครับ

9. แบตเตอรี่ - แบตเตอรี่ก็สำคัญ เพราะ Smartwatch ต้องชาร์จเหมือนมือถือ โดยเฉลี่ยพวก Smartwatch จะใช้งานได้ยาวนานซัก 7 วัน แต่หากจะชาร์จทุกวันหรือบ่อยๆ ก็ไม่สะดวก มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนที่กำลังดู Smartwatch ดังนี้

    1. หากซีเรียสเรื่องแบตเตอรี่ แนะนำให้เลือกระบบปฏิบัติการแบบปิด จะเหมาะกว่าเพราะปรับแต่งมาดี ใช้พลังงานน้อย 
    2. แต่หากไม่ซีเรียส เลือกระบบปฏิบัติการแบบเปิดจะทำให้การใช้ Smartwatch สนุกยิ่งขึ้น     (ความจริงเป็นระบบเปิดแต่ก็ใช้ได้นานนะ เช่น Ticwatch Pro แต่ต้องใช้จอขาวดำ ซึ่งต่างจากระบบปิดที่ใช้จอสี แบตก็อึดเป็นอาทิตย์)

10. อุปกรณ์เสริม เคส ฟิล์มต่างๆ - สิ่งนี่สำคัญเหมือนกัน หากรุ่นไหนที่อุปกรณ์เสริมมากๆ มีแนวโน้มว่ารุ่นนั้นจะได้รับความนิยมสูง ก็น่าเล่นดี และการติดฟิล์ม ใส่เคส หรือมีสายให้เปลี่ยนทำให้ Smartwatch น่าใช้มากขึ้นไปอีก พยายามเลือกรุ่นที่มีสายให้เปลี่ยน มีฟิล์มให้ติดหน้าจอจะดีกว่า เพราะทำให้การใช้งานสนุกขึ้น และทำให้นาฬิกาน่าใช้มากขึ้นอีกมากเลยแหละ

How to use คำแนะนำเบื้องต้นในการใช้งาน

สำหรับ Smartwatch แต่ละรุ่นจะมีการตั้งค่า ใช้งาน ที่ต่างกัน แต่จะเล่าให้ฟังแบบภาพรวมแบบนี้ครับ

  1. ขั้นแรก สวมใส่นาฬิกาเสียก่อน แล้วเปิดเครื่อง
  2. โหลดแอปที่ตรงกับนาฬิกาของเรา ลองดูจากคู่มือได้ครับ
  3. ทำการเชื่อมต่อครั้งแรก ทำตามคำแนะนำ ขั้นตอนนี้อาจกินเวลาเล็กน้อยซัก 5-15 นาที ทำตามมันไปเรื่อยๆ ไม่ยากครับ
  4. หากเสร็จสิ้น ก็จะสามารถดูเวลา ดูการออกกำลังได้ทันที ง่ายๆ แค่นี้เอง

ทริคแนะนำสำหรับการใช้ Smartwatch

สำหรับ Smartwatch มีเทคนิคแนะนำสำหรับการใช้งานแบบนี้ครับ

  1. ใส่ออกกำลังกายตลอดเวลาเพื่อให้วัดค่าหัวใจ ซึ่งจะควบคุมระดับการเต้นของหัวใจได้ และรู้ว่าเราออกกำลังหนักแค่ไหน คนที่ลดน้ำหนักจะเหมาะมากครับ
  2. ควรใส่ตอนนอนหลับด้วย เพื่อให้วัดคุณภาพการนอนได้ว่าหลับลึก หลับดีแค่ไหน
  3. แม้ว่า Smartwatch จะกันน้ำแทบทุกรุ่น แต่ก็ไม่ควรเอาไปแช่น้ำนานเกินไป หรือให้เปียกตลอดเวลา เพราะอาจมีน้ำเล็ดลอดเข้าไปได้ (แม้โอกาสจะน้อยมากก็ตาม)
  4. หมั่นดูแบตเตอรี่สม่ำเสมอ เพราะหากหมดระหว่างวันคงเซ็งไม่น้อย ชาร์จได้ทันทีแม้แบตยังเหลือเพื่อให้ใช้งานได้ตลอดวัน ส่วนใหญ่ smartwatch มักใช้ที่ชาร์จเฉพาะรุ่น ไม่เหมือนกับมือถือที่หัวชาร์จเหมือนๆ กันในหลายแบรนด์ 
  5. Smartwatch ไม่ได้กันกระแทก ดังนั้นพยายามอย่าทำตก หรือกระแทกแรงๆ เพราะเซ็นเซอร์ด้านในมีเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เครื่องชำรุดได้

สุดท้าย จะแนะนำอุปกรณ์เสริมที่นิยมใส่กับตัว Smartwatch ครับ

  1. สายนาฬิกา อย่าง Apple Watch นี่มีให้เปลี่ยนเป็นว่าเล่น สายคนละวัสดุ สายสีต่างๆ แบบต่างๆ ทำให้นาฬิกาสวยขึ้นและดูน่าใช้ขึ้นด้วย
  2. ฟิล์มกันรอย เพราะโดยมากเป็นจอสัมผัส ติดไว้หน่อยกันรอยอุ่นใจกว่า ทำให้จอไม่เป็นรอยด้วย เพราะถ้าจอเป็นรอยนี่ Smartwatch ของคุณจะดูไม่สวยไปเลย
  3. เคส (บางรุ่น) อย่างเช่น Mi Band 4 จะมีเคสครอบจอหลายแบบ สีต่างๆ ทำให้ดูน่ารักขึ้นไปอีกแบบ

และนี่น่าจะเป็นไกด์ (ที่ละเอียดที่สุด) สำหรับการซื้อ Smartwatch สักรุ่นละครับ มั่นใจว่าคนที่ไม่เคยรู้จัก Smartwatch เลย หากอ่านจบ คุณจะรู้ทันทีว่าเลือกยังไง และจะหารุ่นที่เหมาะกับคุณได้อย่างแน่นอนครับ แต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป Smartwatch ก็เหมือนนาฬิกาละครับ เลือกรุ่นที่สวยเหมาะกับคุณ ใช้งานง่าย ของแบบนี้ต้องไปลองด้วยตัวเอง พยายามศึกษาสเปคไว้ ดูรีวิวประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อสักเครื่อง (เช่นดูบทความนี้) ไม่งั้นซื้อมาอาจจะเสียใจว่า รู้แบบนี้อ่านก่อนก็ดี

สนใจเขียนรีวิวสินค้าใช่มั้ย? มาร่วมทีมกับเราสิ!

สิ้นสุดบทความ

บันทึกตอนนี้เลย แล้วซื้อทีหลัง เราจะแจ้งคุณถ้าราคาลด