NAS (Network Attached Storage) คือโซลูชันเก็บข้อมูลที่ช่วยให้เข้าถึงไฟล์จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แก้ปัญหาการเก็บข้อมูลแบบเดิมที่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ลดข้อจำกัดของ Hard Drive และบริการ Cloud Storage ที่มีค่ารายเดือนสูง NAS ช่วยให้แชร์ไฟล์ สำรองข้อมูล และสตรีมสื่อได้ง่าย ปลอดภัย และคุ้มค่ากว่า รองรับการใช้งานทั้งส่วนตัวและธุรกิจ ปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บได้ตามต้องการ NAS คือทางเลือกที่สะดวกและยืดหยุ่นกว่าการเก็บข้อมูลแบบเดิม สำหรับวันนี้ทาง ProductNation Thailand ขอรวบรวมตัวอย่างรุ่น NAS ที่น่ามีไว้ เหมาะกับทั้งการใช้งานแบบส่วนตัวและองค์กรเลย มีทั้งแบรนด์ขึ้นชื่ออย่าง NAS ของ Synology, ASUS, QNAP และ ASUSTOR เป็นต้น อัพเดทใหม่ล่าสุด ปี 2025

บรรณาธิการ
Table of Contents
10 NAS ยี่ห้อไหนดี ปลอดภัย ตัวช่วยในการจัดการข้อมูล เรียกใช้งานไฟล์ได้ทุกที่ทุกเวลา 2025

Synology DiskStation DS923+ คือ NAS ระดับพรีเมียม ลูกรักที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในบ้านและธุรกิจ มาพร้อม CPU AMD Ryzen R1600 ความเร็วสูงสุด 3.1 GHz, RAM 4GB DDR4 ECC แมกซ์สุดที่ขยายได้ คือ 32GB, รองรับฮาร์ดไดรฟ์ 4 Bay และขยายสูงสุด 140TB ผ่าน DX517 เพิ่มความเร็วด้วย M.2 NVMe SSD Cache และอัปเกรดเครือข่ายเป็น 10GbE รองรับงานที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง ด้วยความเร็วอ่าน/เขียนสูงสุด 592/562 MB/s, 2 x Gigabit LAN + PCIe Slot เหมาะทั้งใช้สำรองข้อมูล แชร์ไฟล์ งานธุรกิจ และสตรีมมิ่ง ตัวแบรนด์ NAS นี้ มี Synology DSM ที่ใช้งานง่าย ปลอดภัย รองรับ Virtualization และ Docker ควบคุมไฟล์ได้จากทุกที่ ไม่ต้องเสียค่ารายเดือน คุ้มค่าในระยะยาว
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): AMD Ryzen R1600 แบบ 2 คอร์/4 เธรด ความเร็วพื้นฐาน 2.6 GHz และเพิ่มได้สูงสุด 3.1 GHz
- หน่วยความจำ (RAM): 4 GB DDR4 ECC SODIMM ขยายได้สูงสุด 32 GB
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 4 ช่อง รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5" และ 2.5" SATA HDD/SSD
- การขยายพื้นที่จัดเก็บ: รองรับการขยายสูงสุด 9 ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์เมื่อเชื่อมต่อกับยูนิตเสริม DX517
- สล็อต M.2 NVMe SSD: 2 ช่อง สำหรับแคช SSD หรือสร้างพูลพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
- การเชื่อมต่อเครือข่าย: พอร์ต LAN RJ-45 1GbE จำนวน 2 พอร์ต และสามารถอัปเกรดเป็น 10GbE ผ่านสล็อต PCIe Gen3 x2
- พอร์ตเสริม: USB 3.2 Gen 1 จำนวน 2 พอร์ต และ eSATA 1 พอร์ต

Synology DiskStation DS223 คือ NAS 2-Bay ที่เหมาะงานในบ้านและธุรกิจขนาดเล็ก ใช้ CPU Realtek RTD1619B แบบ 4 คอร์ 1.7 GHz, RAM 2GB DDR4, รองรับ HDD/SSD SATA สูงสุด 36TB ช่วยให้เก็บข้อมูล ปกป้องไฟล์ และสำรองข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ USB 3.2 Gen 1 จำนวน 3 พอร์ต และ Gigabit LAN 1 พอร์ต ให้การถ่ายโอนไฟล์รวดเร็ว ใช้งานง่ายผ่าน Synology DSM ที่รองรับการแชร์ไฟล์, สำรองข้อมูลอัตโนมัติ, การจัดการภาพถ่ายอัจฉริยะ และ รองรับกล้องวงจรปิดได้สูงสุด 20 ตัว DS223 ยังมีการใช้พลังงานต่ำเพียง 17.3 วัตต์ ประหยัดไฟแต่ยังให้ประสิทธิภาพสูง NAS รุ่นนี้จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหา NAS ราคาหมื่นนิด ๆ ที่ปลอดภัย คุ้มค่า และเหมาะกับทุกการใช้งานที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลแบบคลาวด์ส่วนตัว
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): Realtek RTD1619B แบบ 4 คอร์ ความเร็ว 1.7 GHz
- หน่วยความจำ (RAM): 2 GB DDR4
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 2 ช่อง รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5" SATA HDD และ 2.5" SATA SSD
- พอร์ตเครือข่าย: พอร์ต LAN RJ-45 1GbE จำนวน 1 พอร์ต
- พอร์ต USB: USB 3.2 Gen 1 จำนวน 3 พอร์ต
- ระบบไฟล์ที่รองรับ: Btrfs และ ext4 สำหรับไดรฟ์ภายใน; Btrfs, ext4, ext3, FAT, NTFS, HFS+, exFAT สำหรับไดรฟ์ภายนอก
- การจัดการพลังงาน: การใช้พลังงานขณะทำงาน 17.3 วัตต์; ขณะ HDD Hibernation 4.08 วัตต์
- ระดับเสียงรบกวน: 14.6 dB(A)
- ขนาด: 165 มม. x 108 มม. x 232.7 มม.
- น้ำหนัก: 1.28 กก.
- การรับประกัน: ฮาร์ดแวร์ 2 ปี

Synology DiskStation DS224+ NAS 2-Bay ประสิทธิภาพสูง เพิ่มราคามานิดนึง แต่ได้ความเร็วที่ดีขึ้นเมื่อเราเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง DiskStation DS223 ในรุ่น DiskStation DS224+ มาพร้อม CPU Intel Celeron J4125 แบบ 4 คอร์ (2.0 GHz - 2.7 GHz), RAM 2GB DDR4 (ขยายได้สูงสุด 6GB), รองรับ HDD/SSD SATA 2 ลูก และการเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วย 2 x 1GbE LAN + 2 x USB 3.2 Gen 1 มอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่า รันไฟล์และรูปภาพเร็วขึ้น, สำรองข้อมูลอัตโนมัติ, และรองรับ Synology Photos, Drive, Virtualization และ Surveillance Station ช่วยให้จัดเก็บและแชร์ข้อมูลได้อย่างปลอดภัย ควบคุมการใช้งานง่ายผ่าน Synology DSM และเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เรียกได้ว่าเป็น NAS ใช้พลังงานต่ำ รุ่นนี้ใช้แค่ 15 วัตต์เท่านั้น
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): Intel Celeron J4125 แบบ 4 คอร์ ความเร็วพื้นฐาน 2.0 GHz และเพิ่มได้สูงสุด 2.7 GHz
- หน่วยความจำ (RAM): 2 GB DDR4 non-ECC สามารถขยายได้สูงสุด 6 GB
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 2 ช่อง รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5" SATA HDD และ 2.5" SATA SSD
- พอร์ตเครือข่าย: พอร์ต LAN RJ-45 1GbE จำนวน 2 พอร์ต
- พอร์ต USB: USB 3.2 Gen 1 จำนวน 2 พอร์ต
- การใช้พลังงาน: 14.69 วัตต์ ขณะเข้าถึงข้อมูล; 4.41 วัตต์ ขณะ HDD Hibernation
- ระดับเสียงรบกวน: 22 dB(A)
- ระบบไฟล์ที่รองรับ: Btrfs และ ext4 สำหรับไดรฟ์ภายใน; Btrfs, ext4, ext3, FAT, NTFS, HFS+, exFAT สำหรับไดรฟ์ภายนอก

Synology DiskStation DS423+ เป็น NAS 4-Bay ประสิทธิภาพสูง ที่เหนือกว่าตัวเลขรุ่น DS423 เพราะมาพร้อมกับ CPU Intel Celeron J4125 แบบ 4 คอร์ 2.0GHz (เพิ่มได้ถึง 2.7GHz) ที่แรงกว่า Realtek RTD1619B ของ DS423 และรองรับ RAM 2GB DDR4 (ขยายได้สูงสุด 6GB) ให้การทำงานราบรื่น รองรับ HDD/SSD SATA 4 ลูก + 2 ช่อง M.2 NVMe SSD ที่สามารถใช้ เป็นแคชหรือสตอเรจพูล ซึ่ง DS423 ไม่มี ช่วยเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล พร้อม 2 x 1GbE LAN และ 2 x USB 3.2 Gen 1 ให้การถ่ายโอนไฟล์และเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ดียิ่งขึ้น รองรับ Synology Drive สำหรับซิงค์ไฟล์, Surveillance Station ต่อกล้องวงจรปิดได้สูงสุด 40 ตัว และ Plex Media Server ที่ทำงานได้ลื่นไหล มีความเร็วอ่าน/เขียนสูงสุด 226/224 MB/s และใช้พลังงานต่ำ DS423+ เป็น NAS ที่คุ้มค่ากว่า DS423 เพราะมีซีพียูแรงขึ้น รองรับ NVMe SSD Cache และเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความเร็วและความยืดหยุ่นสูงกว่า
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): Intel Celeron J4125 แบบ 4 คอร์ ความเร็วพื้นฐาน 2.0 GHz และเพิ่มได้สูงสุด 2.7 GHz
- หน่วยความจำ (RAM): 2 GB DDR4 non-ECC SODIMM สามารถขยายได้สูงสุด 6 GB
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 4 ช่อง รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5" SATA HDD และ 2.5" SATA SSD
- สล็อต M.2 NVMe SSD: 2 ช่อง สำหรับแคช SSD หรือสร้างพูลพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
- พอร์ตเครือข่าย: พอร์ต LAN RJ-45 1GbE จำนวน 2 พอร์ต รองรับ Link Aggregation และ Failover
- พอร์ต USB: USB 3.2 Gen 1 จำนวน 2 พอร์ต
- ระบบไฟล์ที่รองรับ: Btrfs และ ext4 สำหรับไดรฟ์ภายใน; Btrfs, ext4, ext3, FAT, NTFS, HFS+, exFAT สำหรับไดรฟ์ภายนอก
- การใช้พลังงาน: 28.3 วัตต์ ขณะเข้าถึงข้อมูล; 8.45 วัตต์ ขณะ HDD Hibernation
- ระดับเสียงรบกวน: 19.8 dB(A)

Synology DiskStation DS723+ เป็น NAS 2-Bay ที่ทรงพลังที่สุดของ Synology ในบทความแนะนำ NAS นี้แล้ว เพราะด้วย CPU AMD Ryzen R1600 แบบ 2 คอร์ 2.6GHz (Boost 3.1GHz) ที่แรงกว่าทุกรุ่น มาพร้อม RAM 2GB DDR4 ECC (ขยายได้สูงสุด 32GB) รองรับ HDD/SSD SATA 2 ลูก + 2 ช่อง M.2 NVMe SSD ที่ใช้ได้ทั้ง Cache หรือ Storage Pool ต่างจากหลายรุ่นที่ใช้ NVMe ได้แค่แคช สามารถขยายความจุได้สูงสุด 7 Bay ผ่าน DX517 และรองรับ 10GbE ผ่านสล็อต PCIe ที่ DS224+, DS423 และ DS423+ ไม่มี ให้การถ่ายโอนข้อมูลเร็วกว่าเดิม มี 2 x 1GbE LAN + 1 x USB 3.2 Gen 1 + eSATA เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ NAS ขนาดเล็กแต่รองรับการขยายตัวในอนาคต ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น รองรับงาน VM, Docker, Synology Drive, Surveillance Station, และ Plex Server ได้อย่างราบรื่น DS723+ จึงเป็น NAS 2-Bay ที่ดีที่สุดของ Synology ในบทความนี้
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): AMD Ryzen R1600 แบบ 2 คอร์ ความเร็วพื้นฐาน 2.6 GHz และเพิ่มได้สูงสุด 3.1 GHz
- หน่วยความจำ (RAM): 2 GB DDR4 ECC SODIMM สามารถขยายได้สูงสุด 32 GB
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 2 ช่อง รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5" SATA HDD และ 2.5" SATA SSD
- การขยายพื้นที่จัดเก็บ: รองรับการขยายสูงสุด 7 ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์เมื่อเชื่อมต่อกับยูนิตเสริม DX517
- สล็อต M.2 NVMe SSD: 2 ช่อง สำหรับ SSD Cache หรือ Storage Pool
- พอร์ตเครือข่าย: พอร์ต LAN RJ-45 1GbE จำนวน 2 พอร์ต รองรับ Link Aggregation และ Failover
- พอร์ต USB: USB 3.2 Gen 1 จำนวน 1 พอร์ต
- พอร์ตเสริม: eSATA 1 พอร์ต
- การขยาย PCIe: 1 x Gen3 x2 สำหรับอัปเกรดเครือข่าย
- การใช้พลังงาน: 21.07 วัตต์ ขณะเข้าถึงข้อมูล; 8.62 วัตต์ ขณะ HDD Hibernation
- ระดับเสียงรบกวน: 20.7 dB(A)

ASUSTOR AS6604T เป็น NAS 4-Bay ระดับมืออาชีพ ที่เหมาะสำหรับธุรกิจและผู้ใช้ที่ต้องการความเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อม CPU Intel Celeron J4125 แบบ 4 คอร์ 2.0GHz (Boost 2.7GHz), RAM 4GB DDR4 (ขยายได้สูงสุด 8GB) รองรับ HDD/SSD SATA 4 ลูก + 2 ช่อง M.2 NVMe SSD Cache เพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูล มี 2 x 2.5GbE LAN (รองรับ Link Aggregation สูงสุด 5Gbps) ทำให้การรับส่งไฟล์เร็วกว่า NAS ทั่วไปถึง 2.5 เท่า และมาพร้อม HDMI 2.0a รองรับการแสดงผล 4K เหมาะสำหรับ Plex Media Server, Virtual Machines (VMs), และ Surveillance System ใช้งานผ่าน Asustor ADM OS ที่มีความยืดหยุ่น รองรับ Wake on LAN/WAN, Docker, และแอปพลิเคชันหลากหลาย AS6604T จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการ NAS ที่มีพอร์ต 2.5GbE, รองรับ SSD Cache, และสามารถใช้งานเป็น Media Server ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): Intel Celeron J4125 แบบ 4 คอร์ ความเร็วพื้นฐาน 2.0 GHz (เพิ่มได้สูงสุด 2.7 GHz)
- หน่วยความจำ (RAM): 4 GB SO-DIMM DDR4-2400 (ขยายได้สูงสุด 8 GB)
- หน่วยความจำแฟลช: 8 GB eMMC
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 4 ช่อง รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5" และ 2.5" SATA HDD/SSD
- สล็อต M.2 NVMe SSD: 2 ช่อง สำหรับแคช SSD เพื่อเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล
- พอร์ตเครือข่าย: 2 x 2.5 Gigabit Ethernet (2.5G/1G/100M) รองรับ Link Aggregation สูงสุด 5 Gbps
- พอร์ต USB: 3 x USB 3.2 Gen 1
- พอร์ต HDMI: 1 x HDMI 2.0a รองรับการแสดงผล 4K
- แผงหน้าจอ LCD: มี
- ตัวรับสัญญาณอินฟราเรด: มี
- แหล่งจ่ายไฟ: อะแดปเตอร์ 90W
- การใช้พลังงาน: 27.6 วัตต์ (ขณะทำงาน); 12.6 วัตต์ (ขณะฮาร์ดไดรฟ์พัก); 0.75 วัตต์ (โหมดสลีป)
- ระดับเสียงรบกวน: 17.6 dB(A) (ขณะฮาร์ดไดรฟ์ไม่ได้ใช้งาน)

Synology BeeStation BST150-4T เป็น NAS ส่วนตัว (Personal Cloud) ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับทุกคน มาพร้อมฮาร์ดไดรฟ์ 4TB ในตัว, CPU Realtek RTD1619B, RAM 1GB DDR4, และพอร์ต 1GbE LAN + USB 3.2 Gen 1 (ทั้ง USB-A และ USB-C) รองรับการเข้าถึงไฟล์จากทุกที่ผ่านแอปมือถือ, เว็บเบราว์เซอร์ และเดสก์ท็อป ตั้งค่าง่าย เพียงเสียบปลั๊กและสแกน QR Code รองรับ การสำรองข้อมูลอัตโนมัติจากมือถือและบริการคลาวด์ เช่น Google Drive, OneDrive, Dropbox มี AI จัดการรูปภาพอัจฉริยะ ให้ค้นหารูปภาพตามใบหน้าและสถานที่ได้สะดวก ประหยัดพลังงานสุด ๆ ใช้เพียง 7.85W ขณะทำงาน และ 1.65W ในโหมดไฮเบอร์เนต BeeStation เป็น NAS ที่เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลปลอดภัย ใช้งานง่าย และเข้าถึงได้จากทุกที่โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน
ข้อมูลเฉพาะ
- ความจุ: 4 TB
- หน่วยประมวลผล (CPU): Realtek RTD1619B
- หน่วยความจำ (RAM): 1 GB DDR4
- พอร์ตเครือข่าย (LAN): 1 x 1 GbE RJ-45
- พอร์ต USB: 1 x USB-A 3.2 Gen 1, 1 x USB-C 3.2 Gen 1
- การใช้พลังงาน: 7.85 วัตต์ (ขณะเข้าถึงข้อมูล); 1.65 วัตต์ (โหมดไฮเบอร์เนต)

QNAP TS-264-8G เป็น NAS 2-Bay สเปคแรงสำหรับมืออาชีพและธุรกิจขนาดเล็ก มาพร้อม CPU Intel Celeron N5095 แบบ 4 คอร์ 2.9GHz, RAM 8GB DDR4, รองรับ HDD/SSD SATA 2 ลูก + 2 ช่อง M.2 NVMe SSD สำหรับการทำ SSD Cache และรองรับ PCIe Gen 3 x2 สำหรับอัปเกรดเครือข่ายเป็น 10GbE หรือเพิ่มฟีเจอร์เสริม เชื่อมต่อเครือข่ายรวดเร็วด้วย 2 x 2.5GbE LAN (รองรับ Link Aggregation สูงสุด 5Gbps) และรองรับ USB 3.2 Gen 2 (10Gbps) + HDMI 2.1 เพื่อแสดงผล 4K 60Hz ได้อย่างลื่นไหล เหมาะสำหรับ Plex Media Server, Virtual Machines (VM), Docker, AI Processing และ Surveillance System ทำงานผ่าน QTS OS ที่ยืดหยุ่นและใช้งานง่าย ด้วยประสิทธิภาพระดับสูงและฟีเจอร์ครบครัน TS-264-8G คือ NAS 2-Bay ที่คุ้มค่าที่สุดของ QNAP ในขณะนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการพลังประมวลผลสูง ความเร็วเครือข่าย และรองรับการขยายตัวในอนาคต
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): Intel® Celeron® N5095 4 คอร์/4 เธรด ความเร็วสูงสุด 2.9 GHz
- หน่วยความจำ (RAM): 8 GB SODIMM DDR4 (1 x 8 GB)
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 2 x 3.5 นิ้ว SATA 6Gb/s ฮอตสว็อปได้
- สล็อต M.2: 2 x M.2 2280 PCIe Gen 3 x1 รองรับ NVMe SSD
- พอร์ตเครือข่าย: 2 x 2.5GbE RJ45 (รองรับ Link Aggregation สูงสุด 5 Gbps)
- พอร์ต USB: 2 x USB 3.2 Gen 2 (10Gbps) Type-A, 2 x USB 2.0
- สล็อต PCIe: 1 x PCIe Gen 3 x2 สำหรับการขยายฟังก์ชัน
- พอร์ต HDMI: 1 x HDMI 2.1 รองรับความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60Hz

QNAP TS-433-4G NAS 4-Bay ราคาคุ้มค่า ที่เหมาะสำหรับ บ้านและสำนักงานขนาดเล็ก มาพร้อม CPU ARM Cortex-A55 Quad-Core 2.0GHz, RAM 4GB DDR4 (Fixed) และรองรับ HDD/SSD SATA 4 ลูก เพื่อความจุสูงสุด รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายที่รวดเร็วด้วย 1 x 2.5GbE LAN + 1 x 1GbE LAN และมี USB 3.2 Gen 1 + USB 2.0 สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม จุดเด่นของรุ่นนี้คือ Neural Processing Unit (NPU) ที่ช่วยเร่งการประมวลผล AI ใน QuMagie (AI Photo Management) เพื่อให้สามารถจัดการรูปภาพได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสำหรับ Plex Media Server, File Backup, Surveillance System และ Cloud Sync บน QTS OS ที่รองรับแอปพลิเคชันหลากหลาย TS-433-4G จึงเป็น NAS 4-Bay ที่คุ้มค่าที่สุดในระดับเริ่มต้น รองรับเครือข่าย 2.5GbE และมี AI จัดการไฟล์ให้ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความจุสูงในราคาประหยัด
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): ARM Cortex-A55 Quad-Core 2.0GHz
- หน่วยความจำ (RAM): 4GB DDR4 (ติดตั้งบนบอร์ด ไม่สามารถขยายได้)
- หน่วยความจำแฟลช: 4GB (ป้องกันระบบปฏิบัติการด้วยการบูตคู่)
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 4 x 3.5 นิ้ว SATA 6Gb/s, 3Gb/s
- ความเข้ากันได้ของไดรฟ์: รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 3.5 นิ้ว SATA และ SSD ขนาด 2.5 นิ้ว SATA
- การถอดเปลี่ยนฮาร์ดไดรฟ์: รองรับการถอดเปลี่ยนฮาร์ดไดรฟ์ขณะทำงาน (Hot-swappable)
- พอร์ตเครือข่าย: 1 x 2.5 Gigabit Ethernet (2.5G/1G/100M), 1 x Gigabit Ethernet (RJ45)
- พอร์ต USB: 1 x USB 3.2 Gen 1, 2 x USB 2.0,
- การใช้พลังงาน: โหมดสแตนด์บายของดิสก์: 8.45 วัตต์, โหมดการทำงานทั่วไป: 22.54 วัตต์

ASUSTOR AS5404T เป็น NAS 4-Bay ระดับมืออาชีพ ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ขั้นสูงและธุรกิจขนาดเล็ก มาพร้อม CPU Intel Celeron N5105 Quad-Core 2.0GHz (Boost 2.9GHz), RAM 4GB DDR4-2933 (ขยายได้สูงสุด 16GB) และ 4 ช่องใส่ HDD/SSD SATA รองรับ RAID 0, 1, 5, 6, 10 เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล จุดเด่นของรุ่นนี้คือ สล็อต M.2 NVMe SSD 4 ช่อง รองรับ SSD Cache หรือ Storage Pool เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูล มี 2 x 2.5GbE LAN (รองรับ Link Aggregation สูงสุด 5Gbps) ทำให้การรับส่งข้อมูลเร็วขึ้น และ USB 3.2 Gen 2 (10Gbps) จำนวน 3 พอร์ต พร้อม HDMI 2.0b รองรับการแสดงผล 4K HDR เหมาะสำหรับ Plex Media Server, AI Processing, Virtual Machines (VMs), Docker และ Surveillance System ทำงานผ่าน ADM OS ที่เสถียร ใช้งานง่าย และมีแอปพลิเคชันเสริมมากมาย AS5404T จึงเป็น NAS ที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเครือข่ายความเร็วสูง มี SSD Storage Pool และรองรับการสตรีม 4K ในราคาสุดคุ้ม
ข้อมูลเฉพาะ
- หน่วยประมวลผล (CPU): Intel Celeron N5105 Quad-Core 2.0 GHz (เพิ่มความเร็วได้สูงสุด 2.9 GHz)
- หน่วยความจำ (RAM): 4 GB SO-DIMM DDR4-2933 (รองรับการขยายสูงสุด 16 GB)
- หน่วยความจำแฟลช: 8 GB eMMC
- ช่องใส่ฮาร์ดไดรฟ์: 4 x 3.5 นิ้ว SATA HDD/SSD (รองรับฮาร์ดไดรฟ์ขนาด 2.5 นิ้วด้วย)
- สล็อต M.2 NVMe SSD: 4 ช่อง สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการอ่าน/เขียนข้อมูล
- พอร์ตเครือข่าย: 2 x 2.5 Gigabit Ethernet (รองรับการรวมพอร์ตเพื่อเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล)
- พอร์ต USB: 3 x USB 3.2 Gen 2 (ความเร็วสูงสุด 10 Gbps)
- พอร์ต HDMI: 1 x HDMI 2.0b (รองรับการแสดงผล 4K)
- การใช้พลังงาน: อะแดปเตอร์ไฟฟ้า 90W
NAS คืออะไร
NAS (Network Attached Storage) คืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ไฟล์เฉพาะทางที่ช่วยให้ผู้ใช้หลายคนหรืออุปกรณ์หลายเครื่องสามารถเข้าถึงและแชร์ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายภายในหรืออินเทอร์เน็ต
องค์ประกอบหลักของ NAS:
- ฮาร์ดไดรฟ์ (Hard Drives): รองรับการติดตั้งฮาร์ดไดรฟ์หลายตัว เพื่อเพิ่มความจุและความน่าเชื่อถือในการจัดเก็บข้อมูล
- หน่วยประมวลผล (CPU): จัดการการประมวลผลข้อมูลและการทำงานของระบบ
- หน่วยความจำ (RAM): ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงและจัดการไฟล์
- ระบบปฏิบัติการ (Operating System): ซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการทำงานของ NAS และจัดการการเข้าถึงไฟล์
- พอร์ตเครือข่าย (Network Interface): เชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่านสาย LAN หรือ Wi-Fi
ประโยชน์ของการใช้ NAS:
- การแชร์ไฟล์ที่ง่ายและรวดเร็ว: ผู้ใช้หลายคนสามารถเข้าถึงและแก้ไขไฟล์ร่วมกันได้พร้อมกัน
- การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ: ป้องกันการสูญหายของข้อมูลด้วยการสำรองข้อมูลตามกำหนดเวลา
- การสตรีมสื่อ: สามารถสตรีมวิดีโอ เพลง หรือรูปภาพไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครือข่ายได้
- การปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บ: เพิ่มหรือลดความจุได้ตามความต้องการ
- ความปลอดภัยของข้อมูล: กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงและป้องกันข้อมูลด้วยระบบรักษาความปลอดภัย
ตัว NAS เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้ในบ้านที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลร่วมกัน และธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า
วิธีการใช้งาน NAS
การใช้งาน NAS (Network Attached Storage) อย่างมีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมและการตั้งค่าที่ถูกต้อง
1. การเลือกฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk Drive - HDD) หรือ SSD สำหรับ NAS:
- ความจุ: พิจารณาปริมาณข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บและเลือกความจุที่เพียงพอ
- ประเภทของฮาร์ดดิสก์: แนะนำให้ใช้ฮาร์ดดิสก์ที่ออกแบบมาสำหรับ NAS โดยเฉพาะ เนื่องจากถูกออกแบบให้รองรับการทำงานต่อเนื่อง 24/7 และมีความทนทานสูง เช่น Seagate IronWolf หรือ Western Digital Red
2. การตั้งค่า RAID: RAID (Redundant Array of Independent Disks) เป็นเทคนิคการรวมฮาร์ดดิสก์หลายตัวเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล
- RAID 0: รวมความจุของฮาร์ดดิสก์ทุกตัวเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความเร็ว แต่ไม่มีการสำรองข้อมูล
- RAID 1: สำรองข้อมูลโดยการทำสำเนาเดียวกันในฮาร์ดดิสก์สองตัว หากตัวหนึ่งเสียหาย ข้อมูลยังคงอยู่
- RAID 5: ต้องการฮาร์ดดิสก์อย่างน้อยสามตัว ใช้พื้นที่บางส่วนสำหรับการสำรองข้อมูล ช่วยเพิ่มความเร็วและความปลอดภัย
- RAID 6: คล้ายกับ RAID 5 แต่สามารถทนต่อการเสียหายของฮาร์ดดิสก์ได้ถึงสองตัว
การเลือกใช้ RAID แบบใดขึ้นอยู่กับความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผู้ใช้
3. การติดตั้งและตั้งค่า NAS:
- ติดตั้งฮาร์ดดิสก์: ใส่ฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ลงในช่องที่กำหนดของ NAS
- เชื่อมต่อเครือข่าย: ใช้สาย LAN เชื่อมต่อ NAS เข้ากับเราเตอร์หรือสวิตช์เครือข่าย
- เปิดเครื่อง: เสียบปลั๊กและเปิด NAS
- การเข้าถึง NAS: ใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายเดียวกัน เปิดเว็บเบราว์เซอร์และพิมพ์ URL ที่ผู้ผลิต NAS กำหนดเพื่อเข้าสู่หน้าการตั้งค่า
- การตั้งค่าครั้งแรก: ทำตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอ เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ ตั้งค่าระบบ และเลือกโหมด RAID ที่ต้องการ
4. การสร้าง Storage Pool และ Volume: หลังจากตั้งค่าเบื้องต้น ควรสร้าง Storage Pool และ Volume เพื่อจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
- Storage Pool: การรวมฮาร์ดดิสก์หลายตัวเข้าด้วยกันเพื่อสร้างพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่
- Volume: พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นภายใน Storage Pool เพื่อใช้เก็บไฟล์และโฟลเดอร์
ขั้นตอนการสร้าง Storage Pool และ Volume สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคู่มือผู้ใช้ของผู้ผลิต NAS
5. การเข้าถึงและใช้งาน NAS: หลังจากตั้งค่าทั้งหมดเสร็จสิ้น ผู้ใช้สามารถ
- เข้าถึงไฟล์: ผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายเดียวกัน
- แชร์ไฟล์: กับผู้ใช้คนอื่น ๆ ในเครือข่าย
- สำรองข้อมูล: จากอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปยัง NAS เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
การใช้งาน NAS อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพจะช่วยให้การจัดเก็บและจัดการข้อมูลเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
วิธีการซื้อ NAS
การเลือกซื้อ NAS (Network Attached Storage) ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. ประเมินความต้องการใช้งาน:
- ประเภทการใช้งาน: พิจารณาว่าคุณจะใช้ NAS สำหรับการใช้งานส่วนตัวในบ้าน เช่น การสตรีมสื่อและสำรองข้อมูล หรือใช้ในองค์กรสำหรับการจัดการไฟล์และบริการเซิร์ฟเวอร์
- ความจุที่ต้องการ: คำนวณปริมาณข้อมูลที่คุณต้องการจัดเก็บในปัจจุบันและอนาคต เพื่อเลือก NAS ที่รองรับความจุที่เพียงพอ
2. เลือกฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสม:
- จำนวนเบย์ (Bays): NAS มีช่องใส่ฮาร์ดดิสก์ตั้งแต่ 1 ถึงมากกว่า 12 เบย์ สำหรับการใช้งานในบ้าน 2-4 เบย์อาจเพียงพอ แต่สำหรับองค์กรอาจต้องการมากกว่านั้น
- หน่วยประมวลผล (CPU) และหน่วยความจำ (RAM): เลือก NAS ที่มี CPU และ RAM เพียงพอต่อการใช้งาน เช่น การสตรีมวิดีโอ 4K หรือการรันแอปพลิเคชันเสริม
3. การเลือกฮาร์ดดิสก์ (HDD) หรือ SSD:
- ฮาร์ดดิสก์สำหรับ NAS: แนะนำให้ใช้ฮาร์ดดิสก์ที่ออกแบบมาสำหรับ NAS โดยเฉพาะ เนื่องจากรองรับการทำงานต่อเนื่อง 24/7 และมีความทนทานสูง เช่น Seagate IronWolf หรือ Western Digital Red
- ขนาดและความจุ: ตรวจสอบว่า NAS รองรับฮาร์ดดิสก์ขนาดใด (2.5 นิ้วหรือ 3.5 นิ้ว) และเลือกความจุที่เหมาะสมกับความต้องการ
4. การตั้งค่า RAID:
- RAID (Redundant Array of Independent Disks): เป็นเทคนิคการรวมฮาร์ดดิสก์หลายตัวเพื่อเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยของข้อมูล
- RAID 0: เพิ่มความเร็วแต่ไม่มีการสำรองข้อมูล
- RAID 1: สำรองข้อมูลโดยการทำสำเนาในฮาร์ดดิสก์อีกตัว
- RAID 5/6: ต้องการฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย 3 หรือ 4 ตัว ตามลำดับ เพื่อเพิ่มความเร็วและมีการสำรองข้อมูล
5. ฟีเจอร์และการเชื่อมต่อ:
- พอร์ตเครือข่าย: เลือก NAS ที่มีพอร์ต Gigabit Ethernet หรือสูงกว่า เพื่อความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล
- พอร์ตเสริม: พิจารณาพอร์ต USB สำหรับการสำรองข้อมูลเพิ่มเติม หรือพอร์ต HDMI สำหรับการเชื่อมต่อกับจอภาพ
6. ซอฟต์แวร์และฟังก์ชันเสริม:
- ระบบปฏิบัติการ: ตรวจสอบว่า NAS มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายและมีฟีเจอร์ที่คุณต้องการ เช่น การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ การสตรีมสื่อ หรือการเข้าถึงระยะไกล
- แอปพลิเคชันเสริม: บางรุ่นรองรับการติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติม เช่น เซิร์ฟเวอร์อีเมล เว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบกล้องวงจรปิด
7. การรับประกันและบริการหลังการขาย:
- เลือกแบรนด์ที่มีการรับประกันที่น่าเชื่อถือและมีศูนย์บริการในพื้นที่ของคุณ เพื่อความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อ NAS ที่ตรงกับความต้องการและมีประสิทธิภาพสูงสุด
NAS vs Cloud Storage ต่างกันตรงไหน
เมื่อพิจารณาการจัดเก็บข้อมูล NAS (Network Attached Storage) และ Cloud Storage เป็นสองทางเลือกที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
NAS (Network Attached Storage):
- การจัดเก็บข้อมูลภายในองค์กร: NAS เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในบ้านหรือสำนักงาน ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมและจัดการข้อมูลได้เอง
- ค่าใช้จ่าย: แม้จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงสำหรับการซื้ออุปกรณ์และฮาร์ดดิสก์ แต่ไม่มีค่าบริการรายเดือน และสามารถปรับขนาดความจุได้ตามต้องการ
- ความปลอดภัย: ผู้ใช้สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้เอง
- การเข้าถึงข้อมูล: สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายภายใน และสามารถตั้งค่าให้เข้าถึงจากภายนอกผ่านอินเทอร์เน็ตได้
- การบำรุงรักษา: ผู้ใช้ต้องดูแลรักษาอุปกรณ์เอง รวมถึงการสำรองข้อมูลและการจัดการฮาร์ดแวร์
Cloud Storage:
- การจัดเก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต: บริการที่ให้ผู้ใช้เก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ เช่น Google Drive, OneDrive หรือ Dropbox
- ค่าใช้จ่าย: มีค่าบริการรายเดือนหรือรายปี ซึ่งค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามขนาดพื้นที่ที่ต้องการ
- ความปลอดภัย: ผู้ให้บริการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูล แต่ผู้ใช้ต้องพึ่งพาความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
- การเข้าถึงข้อมูล: สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต แต่ความเร็วในการเข้าถึงขึ้นอยู่กับความเร็วของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- การบำรุงรักษา: ผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์และระบบทั้งหมด ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์หรือการสำรองข้อมูล
สรุป: การเลือกใช้ NAS หรือ Cloud Storage ขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะการใช้งานของผู้ใช้ หากต้องการควบคุมและจัดการข้อมูลเอง มีความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และไม่ต้องการจ่ายค่าบริการรายเดือน NAS อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการความสะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่ ไม่ต้องการดูแลรักษาอุปกรณ์เอง และยอมรับค่าบริการรายเดือน Cloud Storage อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
บทส่งท้าย
จากรายการแนะนำ 10 รุ่น NAS จะเห็นได้ว่าแม้ตัวเลือกของ NAS (Network Attached Storage) อาจไม่หลากหลายเท่ากับอุปกรณ์เก็บข้อมูลประเภทอื่น ๆ แต่แต่ละแบรนด์ก็มีรุ่นที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ระดับมืออาชีพ, ธุรกิจขนาดเล็ก หรือการใช้งานภายในบ้าน ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือก NAS ที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อ NAS ไม่ได้จบแค่ตัวอุปกรณ์เท่านั้น อย่าลืมคำนึงถึงต้นทุนของฮาร์ดดิสก์ (HDD/SSD) ที่ต้องใช้ร่วมกันด้วย เนื่องจากราคาของอุปกรณ์เก็บข้อมูลอาจทำให้งบประมาณโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดไว้ สำหรับผู้ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลในปริมาณไม่มากและต้องการความสะดวก Cloud Storage อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะช่วยลดภาระด้านฮาร์ดแวร์และการดูแลรักษา แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด การควบคุมข้อมูลเอง และไม่มีค่าบริการรายเดือน NAS ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือก NAS หรือ Cloud Storage สิ่งสำคัญคือการเลือกทางที่ตรงกับความต้องการใช้งานของคุณมากที่สุด เพื่อให้การจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
บทความแนะนำ
แหล่งข้อมูล
- YouTube - 9arm. NAS คืออะไร? ใช้งานยังไง? ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะสม. ดูเพิ่มเติม
- SoundDD.Shop. NAS คืออะไร? อุปกรณ์เก็บข้อมูลบนเครือข่าย. ดูเพิ่มเติม
- VNIX Group. NAS คืออะไร? เหมาะกับใคร?. ดูเพิ่มเติม
- Amazon Web Services (AWS). NAS คืออะไร? เปรียบเทียบกับ SAN. ดูเพิ่มเติม
- Iurban Thailand. NAS คุ้มค่ากว่าการใช้ Cloud จริงหรือ?. ดูเพิ่มเติม
- YouTube - อ.ศุภเดช. ลงทุนซื้อ NAS มาเก็บข้อมูลคุ้มไหม?. ดูเพิ่มเติม
- Cubic Plus. วิธีสร้าง Storage Pool และ Volume บน Synology. ดูเพิ่มเติม
- iPhonemod. รีวิวฮาร์ดดิสก์ Seagate IronWolf สำหรับ NAS. ดูเพิ่มเติม
- YouTube - Synology Thailand. วิธีเริ่มต้นใช้งาน NAS Synology. ดูเพิ่มเติม
- YouTube - Thaiware. NAS คืออะไร? วิธีเลือกซื้อ NAS ที่เหมาะสม. ดูเพิ่มเติม
- Sync Thailand. แนวทางการเลือกซื้อ NAS Synology ให้เหมาะสม. ดูเพิ่มเติม
- Arnondora Blog. เปรียบเทียบต้นทุน NAS vs Cloud Storage. ดูเพิ่มเติม
- Thaiware Tips. NAS กับ Cloud ต่างกันอย่างไร? เลือกอะไรดี. ดูเพิ่มเติม
- Serveasy4U. NAS คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร?. ดูเพิ่มเติม
- YouTube - Beartai Hitech. เก็บรูปที่ NAS หรือ Cloud Storage อันไหนคุ้มกว่า?. ดูเพิ่มเติม