เทคโนโลยี

10 เครื่องเล่นแผ่นเสียง ยี่ห้อไหนดี เสียงดัง ฟังชัด ลื่นหู เหมือนมีดนตรีสดมาเล่นอยู่ข้างหน้า ปี 2026

แนะนำ 10 เครื่องเล่นแผ่นเสียง ยี่ห้อไหนดี เป็นแบรนด์ดังในเรื่องเครื่องเสียงอย่าง Gadhouse, Denon, Audio Technica ให้ทุกการฟังดนตรีคลาสสิค ผ่อนคลายยิ่งขึ้น


Editor · Updated 15 Jan 2024

ลิงก์บางลิงก์ในคู่มือนี้เป็นลิงก์พันธมิตร หากคุณซื้อผ่านลิงก์เหล่านั้น เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม สิ่งนี้ไม่เคยมีผลต่อสินค้าที่เราเลือกหรือวิธีที่เราจัดอันดับ

10 เครื่องเล่นแผ่นเสียง ยี่ห้อไหนดี เสียงดัง ฟังชัด ลื่นหู เหมือนมีดนตรีสดมาเล่นอยู่ข้างหน้า ปี 2026

การฟังเพลงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในเชิงจิตวิทยาบอกว่าเป็นการทำให้สมองได้ผ่อนคลาย และถ้ายิ่งได้ฟังเสียงที่มีความชัดและเคลียร์มาก ๆ ไม่มีแอมเมบียนส์มาแทรกก็จะยิ่งทำให้สมองและเกิดจินตนาการด้านดีที่มากยิ่งขึ้น ดังนั้นนอกจากการรังสรรค์เสียงดนตรีที่ฟังแล้ว อุุปกรณ์ฟังเพลงอย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียงก็เป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญเช่นกันค่ะ

สารบัญ

10 เครื่องเล่นแผ่นเสียง ยี่ห้อไหนดี เสียงดัง ฟังชัด ลื่นหู เหมือนมีดนตรีสดมาเล่นอยู่ข้างหน้าปี 2026

จัดจ้านที่สุดในย่านนี้ เครื่องเล่นแผ่นเสียง gadhouse ใช้งานง่าย ครบทุกฟังก์ชั่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง gadhouse 1 จาก 10
Gadhouse Brad Retro Edition เครื่องเล่นแผ่นเสียง ลําโพงในตัว
Partnership with Gadhouse
จาก 5,700บาท
สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ (Wireless Streaming)
มีแบตเตอรรี่ในตัว
อีก 1 ข้อ
เลือกความเร็วไวนิลได้ตั้งแต่ 33⅓, 45 และ 78 รอบ/นาที

รุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อกับลำโพง หรือหูฟัง Bluetooth แบบไร้สายได้ (Wireless Streaming) มีแบตเตอรรี่ในตัวซึ่งนั่นหมายความว่าสามารถพาน้อง Gadhouse Brad Retro Edition ของเราไปเฉิดฉายข้างนอกได้แล้ว! 

ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของเจ้าเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นนี้จะมาพร้อมกับสปีดการเล่นถึง 3 ระดับ ตั้งแต่ 33⅓, 45 และ 78 รอบ/นาที นั่นทำให้สามารถเปิดเล่นกับแผ่นเสียงครอบคลุมได้ทุกขนาด ทั้ง 7”, 10” หรือ 12” ในส่วนของ Wireless Streaming ก็ทำให้ประสบการณ์การฟังแผ่นเสียงดีกว่าเดิม ผสมกับความทันสมัยของโลกดิจิตอลที่สามารถเชื่อมต่อกับลำโพงหรือหูฟัง Bluetooth ได้ในระยะ 5-7 เมตร และใช้งานได้ทุกที่ตามต้องการเพราะมี Chargeable & Portable ฟังก์ชั่นใหม่แบตเตอรี่ (ในตัว) ความจุ 2,000 มิลลิแอมป์ ใช้ได้สูงสุด 4 ชั่วโมง/ชาร์จหนึ่งครั้ง

ระบบการขับเคลื่อนสายพานของเครื่องเล่นแผ่นเสียง gadhouse รุ่นนี้เป็นแบบ Belt-Driven Turntable Mechanism หัวเข็มแบบ Ruby Stylus ที่ช่วยให้เสียงเพิ่มอารมณ์ในแบบของการฟังไวนิลที่มากขึ้น

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ของไม่มีความเสียหายเลย จัดส่งเร็วมาก ๆ คือได้จองเร็วมากจริง ๆ ค่ะ เสียงดีใช้ได้ ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่ ไม่ซับซ้อนยุ่งยากค่ะ สีสวยน่ารัก ถูกใจ

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Victrola Journey+
เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบพกพา จาก Victrola พร้อมฟีเจอร์บลูทูธหรือต่อสายยังได้ 2 จาก 10
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Victrola Journey+
Victrola
จาก 5,750บาท
ต่อเสียงออกลำโพงได้
ปรับความเร็วในการเล่นได้
ปรับเสียงแหลมและเสียงเบสไม่ได้

มากันที่เครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นต่อมาอย่าง Victrola Journey+ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสมกับการพกพามากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าพวกเขาได้ทำเครื่องเสียงให้อยู่ในรูปแบบของกระเป๋านั่นเอง รวมถึงยังมีฟีเจอร์อย่างการสตรีมเสียงที่เรียกว่า Vinyl Stream ที่ส่งเพลงต่อออกลำโพงอื่นได้ผ่านบลูทูธ นอกจากนี้ยังปรับความเร็วของการเล่นได้ถึงสามระดับ หรือจะเสียบใส่หูฟัง 3.5 แบบปกติก็ทำได้เช่นกัน แม้จะปรับเสียงของเครื่องเล่นไม่ได้ก็ตาม

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ชอบมากๆ ค่ะ สีสวย วัสดุแข็งแรงดี ใช้งานง่าย มีลำโพง ในตัว เชื่อมต่อบลูทูธได้ด้วย 

เครื่องเล่นแผ่นเสียง denon รุ่น DP-450USB เครื่องเล่นแผ่นเสียง ใหม่ สุดล้ำ 3 จาก 10
Denon Turntable รุ่น DP-450
Denon
จาก 22,000บาท
เลือกความเร็วไวนิลได้ที่ 33⅓, 45 และ 78 รอบ/นาที
สามารถในการแปลงสัญญาณเสียงจากแผ่นเสียงให้เป็นไฟล์ดิจิตัล
อีก 1 ข้อ
มีฟังก์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวก คือระบบยกโทนอาร์มกลับไปยังแทนวางโทนอาร์มโดยอัตโนมัติเมื่อเพลงเล่นจนหมดแผ่น

เครื่องเล่นแผ่นเสียง denon รุ่น DP-450USB ขอยกความดีความชอบให้ในเรื่องความสามารถในการแปลงสัญญาณเสียงจากแผ่นเสียงให้เป็นไฟล์ดิจิตัลเลยค่ะ ซึ่งคุณสมบัติของเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวนี้ใช้โทนอาร์มแบบ S-Shape หัวเข็มแบบ MM และสามารถถอดสายไฟ AC และสายสัญญาณออกได้ อีกทั้งยังใส่ภาคขยายสัญญาณเสียงจากหัวเข็มมาให้ในตัวเครื่อง เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครื่องเสียงได้โดยตรงอีกด้วย ยังไม่หมดค่ะเพราะยังมีฝาครอบกันฝุ่นติดมาให้ทั้ง 2 รุ่น สามารถถอดฝาปิดออกและนำไปใช้วางปกแผ่นเสียงได้ด้วย สมคำล่ำลือสุด ๆ มีโหมด Automatic speed sensor ที่สามารถเลือกความเร็วสำหรับไวนิลได้ที่ 33⅓, 45 และ 78 รอบ/นาที และยังมีฟังก์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักเล่นแผ่นเสียงรุ่นใหม่ อย่างระบบยกโทนอาร์มกลับไปยังแทนวางโทนอาร์มโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่าเล่นเพลงจนหมดแผ่น

รีวิวจากผู้ใช้จริง: คุณภาพดีครับ

เครื่องเล่นแผ่นเสียงพกพา Gadhouse Cosmo Portable Turntable
เครื่องเล่นแผ่นเสียงจาก Gadhouse เหมือนหลุดมาจากอวกาศ 4 จาก 10
เครื่องเล่นแผ่นเสียงพกพา Gadhouse Cosmo Portable Turntable
Gadhouse
จาก 6,120บาท
ออกแบบได้โดดเด่น
มีฟีเจอร์วิทยุและบลูทูธ
ปรับความเร็วได้แค่สองระดับ
อีก 1 ข้อ
เสียงไม่ดีเท่ารุ่นอื่นในแบรนด์เดียวกัน

ต้องบอกว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียง Gadhouse ในรุ่น Cosmo เป็นอีกหนึ่งตัวที่ออกแบบมาให้ดูทันสมัยกว่าเดิม รวมถึงยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่เหมาะกับสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกล่องที่ดูใสและเป็นสัญลักษณ์ของยุค 2000 ได้ดีเลยทีเดียว เพราะสามารถเปิดฝาได้เหมือนกับคอนโซลเกมสมัยก่อนนั่นเอง นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อได้แบบบลูทูธหรือต่อสาย AUX 3.5 เช่นเดียวกับการปรับความเร็วของการเล่นได้สองระดับด้วยกัน

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ตามราคาครับ นึกว่าเสียงลำโพงจะดีกว่านี้

Audio Technica AT-LP60XBT
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Audio Technica มาพร้อมชิพแปลงสัญญาณชั้นสูง 5 จาก 10
Audio Technica AT-LP60XBT
Audio Technica
จาก 7,990บาท
มีความคลาสสิคอย่างมาก
ได้ชิพแปลงสัญญาบลูทูธได้ดี
ไม่มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย
อีก 1 ข้อ
เหมาะกับคนชอบอนาล็อกมากกว่า

สำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวนี้ก็เป็นของ Audio Technica ในรุ่น AT-LP60XBT ที่เรียกว่าเป็นเครื่องที่ได้รับการอัพเกรดให้เหมาะกับยุคปัจจุบันมากกว่าเดิม เพราะสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้ด้วยชิพแปลงสัญญาณเสียงจาก Qualcomm แบรนด์ดังจากไต้หวันนั่นเอง แม้ว่าตัวเครื่องจะยังรักษาความเป็นอนาล็อกอย่างมากและเชื่อมต่อสายได้ผ่านเคเบิ้ล RCA เป็นหลัก แต่เครื่องนี้ยังสามารถปรับระดับความเร็วได้แบบ 33 ⅓ และ 45 รอบต่อนาทีได้เช่นกัน

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ลองเล่นแล้วเสียงได้ตามคุณภาพ ถือว่าคุ้มราคา

Audio Technica AT-LP120XUSB
เครื่องเล่นแผ่นเสียงสุดคลาสสิคจาก Audio Technica แปลงเสียงได้ 6 จาก 10
Audio Technica AT-LP120XUSB
Audio Technica
จาก 15,500บาท
ปรับความเร็วได้ 3 ระดับ
ใช้ได้ทั้งพอร์ท USB และ RCA
ราคาสูง
อีก 1 ข้อ
ใช้ร่วมกับโปรแกรมแปลงเสียงได้

อีกหนึ่งเครื่องเล่นแผ่นเสียงจาก Audi Technica ซึ่งคราวนี้เป็นรุ่น AT-LP120XUSB และไม่ได้มีดีแค่ความคลาสสิคเท่านั้น เพราะตัวเครื่องได้ออกแบบให้มีพรีแอมพลิฟายเออร์โฟโนข้างในที่สามารถปรับได้ รวมถึงปรับความเร็วได้ถึง 3 ระดับและยังใช้งานร่วมกับโปรแกรมอย่าง Audacity ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ทั้งสองระบบได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังใช้พอร์ทได้ทั้งแบบ USB และ RCA ได้ตามความสะดวกของผู้ใช้เลยทีเดียว

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ได้ 5 ดาว

เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบบลูทูธ Victrola Classic
เครื่องเล่นแผ่นเสียง bluetooth Victrola Classic พร้อมฟีเจอร์ 7 in 1 7 จาก 10
เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบบลูทูธ Victrola Classic
Victrola
จาก 10,500บาท
ฟังก์ชันเยอะมากในเครื่องเดียว
บันทึกเสียง MP3 ได้
ปรับเสียงไม่ได้
อีก 3 ข้อ
ฟังวิทยุ เทปหรือซีดีได้
เชื่อมต่อไร้สายได้
ราคาสูง

นี่คงเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงอีกตัวที่ไม่ธรรมดาของ Victrola Classic เพราะพวกเขาได้ใส่ฟีเจอร์ต่าง ๆ มาถึง 7 ตัวในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปรับระดับความเร็วของเสียงได้ถึง 3 ระดับ ตามด้วยการเล่นแผ่น CD วิทยุไปจนถึงเทปที่ยิ่งกว่าคลาสสิคอีกด้วย นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบบลูทูธและสาย AUX ปกติ อีกทั้งยังสามารถบันทึกเพลงจากไวนิลมาลงเป็น MP3 ได้เพื่อใช้ในการฟังกับอุปกรณ์อื่นได้เช่นกัน

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ได้ 5 ดาว

เครื่องเล่นแผ่นเสียงระดับ Hi End จาก Gadhouse 8 จาก 10
Gadhouse Mathis Turntable
Gadhouse
จาก 17,500บาท
ออกแบบสวยงาม ดูทันสมัย
เสียงดีระดับ Hi End
ราคาสูง

เครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวต่อไปคือ Gadhouse Mathis Turntable ซึ่งถือเป็นเครื่องเล่นอีกตัวที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในระดับสูงและยังสามารถเล่นเพลงออกมาในเสียงรูปแบบ Futuristic อีกด้วย โดยตัวเครื่องมีการใช้ Bluetooth ที่สามารถปล่อยเพลงเข้าลำโพงอีกตัวได้ ส่วนการออกแบบของพวกเขายังใช้วัสดุที่ดูเข้ากับสมัยใหม่มากขึ้น เน้นโทนสีเข้มที่ไม่ย้อนยุคจนเกินไป จนกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของทั้งเครื่องเล่นแบบเก่ากับการพาทุกคนไปยังโลกแห่งอนาคตได้เลยทีเดียว

รีวิวจากผู้ใช้จริง: งดงามครับ แล้วจะหลงไหลใน แผ่นเสียง ครับ เครื่องนี้งานดีๆจาก gadhouse เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ต่อบลูทูธได้สะดวกมาก ครับ

Gadhouse DEAN Turntable Stereo System
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Gadhouse ในรุ่น DEAN สุดคลาสสิคแต่ยังล้ำสมัย 9 จาก 10
Gadhouse DEAN Turntable Stereo System
Gadhouse
จาก 8,910บาท
ปรับความเร็วได้
ปรับเสียงเบสเสียงแหลมได้
ราคาสูง
อีก 1 ข้อ
กดให้หยุดและเล่นใหม่ได้

นี่คือเครื่องเล่นแผ่นเสียงอีกหนึ่งรุ่นจาก Gadhouse ในรุ่นที่ชื่อว่า DEAN ซึ่งไม่ได้มีแค่ความคลาสสิคที่ทุกคนกำลังมองหาสำหรับเครื่องเล่นไวนิลเท่านั้น เพราะรุ่นนี้สามารถจะปรับความเร็วในการเล่นได้แบบ 33 ⅓, 45 และ 78 รวมถึงมีความสามารถในการหยุดและเล่นใหม่ ไปจนถึงการปรับเสียงเบสและเสียงแหลมให้เข้ากับสไตล์ที่ต้องการได้ โดยแผงควบคุมจะอยู่ด้านข้างและยังรองรับการเชื่อมต่อแบบบลูทูธได้เช่นกัน

รีวิวจากผู้ใช้จริง: ได้ 5 ดาว

Audio-Technica AT-LP7
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Audio Technica รุ่นใหญ่ที่แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม 10 จาก 10
Audio-Technica AT-LP7
Audio-Technica
จาก 35,000บาท
เครื่องเสียงเกาะแผ่นได้ดีมากขึ้น
เอาใจสาย Manual
เชื่อมต่อได้ไม่เยอะ
อีก 2 ข้อ
ราคาสูงมาก
ฟังก์ชันอาจน้อยเกินไป

เครื่องเล่นแผ่นเสียง Audio Technica รุ่นสูงอย่าง AT-LP7 ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นอีกหนึ่งเครื่องที่เหมาะกับสาย Manual ที่ชอบความคลาสสิคไม่น้อยเลย รวมถึงตัวมอเตอร์ก็มีความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ตัวเข็มยังมีฟังก์ชันในการลดการสั่นสะเทือนและเกาะแผ่นเสียงได้ดี ส่วนการปรับความเร็วของการเล่นได้ถึง 2 ระดับ เช่นเดียวกับพอร์ทเคเบิ้ลที่เข้ากับการใช้งานสายอนาล็อคนั่นเอง

รีวิวจากผู้ใช้จริง: -


เครื่องเล่นแผ่นเสียง ประวัติ

จริง ๆ แล้วเครื่องเล่นเสียงถูกคิดค้นขึ้นมาก่อนปี 1857 แล้ว และถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนเป็นเครื่องเล่นแบบไขลานที่เรียกว่า แกรมโมโฟน ในปี 1896 ซึ่งทั้งหนัก แข็ง และแตกหักง่าย จึงเกิดมาเป็นวิวัฒนาการของเครื่องเล่นแผ่นเสียงก็คือ เริ่มมีแผ่นเสียงที่มีลักษณะเป็นร่องขนาดเล็กจิ๋ว ในร่องจะมีปุ่มขรุขระเพื่อให้เข็มจากเครื่องเล่นแผ่นวิ่งผ่านในร่องจนเกิดเป็นคลื่นเสียงส่งผ่านลำโพง ซึ่งคุณภาพเสียงแบบนี้ถ้าฟังในสมัยนี้ เสียงจะค่อนข้างทุ้มต่ำ ไร้มิติ ฟังแล้วอุดอู้ แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของยุคนั้น 

เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เป็นต้นกำเนิด หรือถูกผลิตขึ้นในปี 1930 ซึ่งเป็นแผ่นเสียงที่ผลิตด้วยพลาสติกไวนิลที่ยืดหยุ่นได้เล็กน้อย น้ำหนักเบา และกระด้างน้อยกว่าแผ่นที่กำเนิดก่อนหน้า ซึ่งลักษณะของแผ่นไวนิลนี้จะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้ว เล่นด้วยสปีด 33 1/3 RPM โดยบริษัท RCA และหลังจากเป็นต้นมา แผ่นเสียงแบบนี้กลายเป็นตัวทำเงินมากที่สุดในอุตสาหกรรมดนตรี


ประเภทเครื่องเล่นแผ่นเสียง

เทิร์นเทเบิ้ลหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีจำหน่ายแบ่งตามลักษณะการทำงานได้เป็น 3 ประเภทคือ 

  • เครื่องเล่นแผ่นเสียง ระบบอัตโนมัติ (full automatic) ผู้ใช้แทบไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากการกดปุ่ม play ตัวเครื่องก็จะยกโทนอาร์มออกมาวางเล่นเองที่ร่องเสียงเอง และเมื่อเล่นจนจบร่องเสียงสุดท้ายตัวเครื่องก็จะมีเซ็นเซอร์ยกโทนอาร์มขึ้นมาให้เองด้วยเช่นกัน
  • เครื่องเล่นแผ่นเสียง ระบบกึ่งอัตโนมัติ (semi automatic) จะทำงานคล้ายกับระบบอัตโนมัติ แต่จะมีบางขั้นตอนที่ผู้ใช้จะต้องทำเอง เช่น ยกเข็มมาวางเองในตอนเริ่มเล่นและตอนเก็บ เพราะระบบจะช่วยแค่หยุด และยกเข็มขึ้นเมื่อเล่นจนจบร่องเสียงสุดท้ายเท่านั้น เป็นต้น 
  • เครื่องเล่นแผ่นเสียง ระบบอัตโนมือ (manual) เครื่องเล่นแผ่นเสียงประเภทนี้ถึงแม้จะไม่ค่อยความสะดวกสบายในเรื่องของการใช้งานเพราะผู้ใช้งานต้องทำหน้าที่ตั้งเปิดเครื่องให้แพลตเตอร์หมุน  เลือกสปีดที่เหมาะสม ยกหัวเข็มไปวาง ยกหัวเข็มขึ้นเอง รวมถึงการนำโทนอาร์มกลับมาวางเข้าที่ ณ จุดพักอาร์มเองทั้งหมด แต่เครื่องเสียงประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทที่คุณภาพเสียงดีที่สุดใน 3 ประเภท 

วิธีเลือกซื้อ เครื่องเล่นแผ่นเสียง

ด้วยใช้ปัจจุบันมีลำโพงชนิดใหม่ ๆ และฟังก์ชันที่สุดแสนจะทันสมัยจึงทำให้เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบคลาสสิกหายากเข้าไปทุกที ๆ ดังนั้นใครที่ยังรักความวินเทจของเครื่องเล่นแผ่นเสียงและคิดที่จะจับจองก็ควรศึกษาวิธีใช้ การเลือกอุปกรณ์หรือฟังก์ชันความต้องการที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วเวลาที่ตัดสินใจซื้อก็อยู่ที่ประเภทการใช้งานอยู่ดีค่ะ ไรเตอร์จึงแนะนำว่าพิจารณาตามความเหมาะสม ถ้าเน้นเสียงและสามารถใช้งานได้ง่ายก็ควรเลือกเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีโหมดอัตโนมัติ แต่ถ้าใครที่เป็นสายสะสมอยู่แล้วหรือเป็นมือฉมังอยู่พอตัวก็จะมีทริคเป็นของตัวเองอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ สามารถเลือกตามความชอบและเครื่องเล่นแผ่นเสียงตัวฮิตเผื่อเกร็งกำไรในอนาคตได้ ก็ยิ่งดีเลยค่ะ


การใช้งาน เครื่องเล่นแผ่นเสียง เบื้องต้น

การใช้งานเบื้องต้น หรือ คู่มือการใช้งานเครื่องเล่นแผ่นเสียง

  • กดปุ่ม STANDBY/ON ที่ด้านหลังของตัวเครื่องเพื่อเปิดเครื่อง
  • เปิดฝาครอบกันฝุ่นอย่างช้า ๆ ระวังอย่าให้หนีบนิ้ว เช่นampเมื่อเปิดและปิดฝาครอบกันฝุ่น
  • วางบันทึกบนจานเสียง (จานเสียง) เมื่อเล่นบันทึกเดี่ยวหลุมใหญ่ 45 รอบต่อนาที ให้ใช้อะแดปเตอร์ที่ให้มา
  • เลือกความเร็วในการหมุนที่ระบุไว้ในบันทึก
  • เลื่อนตัวล็อกโทนอาร์มไปทางขวาเพื่อปลดโทนอาร์ม
  • ใช้คันโยกยกแขนเพื่อยกโทนอาร์ม
  • ย้ายโทนอาร์มไปยังแทร็กที่คุณต้องการเริ่มเล่น
  • ใช้คันโยกยกแขนเพื่อลดระดับโทนอาร์ม โทนอาร์มจะลดระดับลงอย่างช้า ๆ จนกว่าสไตลัสจะสัมผัสบันทึกและเริ่มเล่น

บทส่งท้าย

จบไปแล้วกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เก่าแต่เก๋า ใครมีติดบ้านรับรองว่า แขกไป ใครมา หรือเพื่อนแวะมาที่บ้านก็ต้องกรี๊ดค่ะ เพราะรูปทรงที่ดูวินเทจแต่เสียงเพลงอันทรงพลัง ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันลูกเล่นที่ทันสมัย ใคร ๆ ในที่นี้ก็อยากมีค่ะ นอกจากการฟังเพลงที่ไพเราะแล้ว ด้วยรูปทรงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงยังสามารถเป็นของแต่งบ้านได้ด้วย วางไว้มุมไหนก็สวยค่ะ แล้วที่สำคัญในยุคแบบนี้เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบนี้เป็นของแรร์ไอเท็มแล้งค่ะ หาซื้ยากมาก ก็ไรเตอร์ป้ายยาขนาดนี้แล้ว อย่าลืมไปตำกันมาให้ได้นะคะ


บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่องอื่นจาก ProductNation