เพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นานครับสำหรับ Vivo S1 ซึ่งตัวนี้ Vivo เองภูมิใจนำเสนออย่างมาก เป็น Series ที่ราคาคุ้มค่า มาพร้อมฟังค์ชั่นจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 3 ตัว (เลนส์ปกติ เลนส์ Tele และเลนส์ Super Wide) รวมถึงสแกนลายนิ้วมือใต้จอ จอก็สวยใช้ได้ แถมจอใหญ่ด้วย 6.38 นิ้ว ที่สำคัญทั้งหมดนี้มาในราคาแค่ 8,990 บาทเท่านั้น แต่จะใช้งานจริงเป็นยังไง ดีแค่ไหน ต้องดูรีวิวนี้ก่อนครับ เผื่อเพื่อนๆ จะได้นำไปเป็นข้อมูลตัดสินใจได้

รุ่นนี้มีสองสีให้เลือก คือ สี Skyline Blue (ฟ้า) และสี Diamond Black (ดำ)

ก่อนอื่น ขอสรุปสเปคที่น่าสนใจสำหรับรุ่นนี้ก่อน

  • จอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.38 นิ้ว
    • หน้าจอหยดน้ำ (Waterdrop Display)
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Fingerprint Under Display)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด พร้อม SD Card (Triple Slot) ใส่การ์ดและซิมได้พร้อมกันเลย
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ : 16MP + 8MP (Ultra-wide) + 2MP (Depth Sensor) (Triple Camera)
    • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • MediaTek Helio P65 Octa Core ความเร็ว 2.0 GHz
  • RAM 6GB & ROM 128GB
  • ขนาดตัวเครื่อง 159.53 × 75.23 × 8.13 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 179 กรัม
  • ราคาเปิดตัว 8,999 บาท
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh (แอบบอกว่าอึดมากกก)
    • รองรับ Dual-Engine Fast Charging 18W (ระบบชาร์จด่วน)

Unboxing แกะกล่อง ดูดีไซน์ตัวเครื่องกันก่อนดีกว่า

กล่องสวยใช้ได้นะ
รุ่นนี้แกะกล่องมาก็ปกติครับ มาพร้อมอุปกรณ์ทั่วไป แต่เค้าจะมีเคสมาให้กับติดฟิล์มมาให้จากโรงงานเลย เดี๋ยวนี้หลายรุ่นมักแถมเคสมาให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะเวลาได้เครื่องมาใหม่ๆ บางทีก็ไม่กล้าใช้เครื่องเพราะมันเปลือยนี่แหละครับ 555

ส่วนตัวชอบกล่องของรุ่นนี้ครับ จะเห็นว่าเค้าเขียนตรงมุมขวาบนว่า Ram
GB Rom 128GB เป็นการตอกย้ำว่าในราคาแค่นี้ แต่ให้สเปคขนาดนี้ รวมถึงมีรูปสแกนนิ้วมือตรงกลางด้านล่าง ให้เห็นว่าเป็นสแกนหน้าจอ นี่ก็เป็นกิมมิคน่ารักเล็กๆ ของกล่องครับ (ออกแนวโชว์สเปคมากกว่า)

มาดูอุปกรณ์ในเครื่องกันครับ

  • ตัวเครื่อง VIVO S1
  • หูฟัง
  • อะแดปเตอร์ 9V/2A รองรับ Dual-Engine Fast Charging 18W (ระบบชาร์จด่วน)
  • สาย Micro USB 2.0 (เสียดายยังเป็น Micro USB)
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ตัวเครื่องติดฟิล์มกันรอยมาให้เเล้ว

อย่างที่บอกครับว่าแถมเคสใสให้ในกล่อง ซึ่งก็ช่วยปกป้องเครื่องได้อยู่ เคสตัวนี้ดีตรงที่จับแล้วไม่ลื่น แต่จะเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย หากใช้ไปสักพักอาจทำให้ดูเก่าเร็ว

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ค่อยชอบใจเกี่ยวกับเคสนี้ก็คือ

จะเห็นว่า เคสที่แถมมา ไม่ปกป้องกล้องเท่าไร ตัวกล้องนูนออกมาจากเคส อันนี้ผมแนะนำว่าถ้าใช้เคสนี้ ต้องระวังอย่าให้กล้องถูๆ กับโต๊ะ หรือระวังการกระแทกเพราะเป็นไปได้ว่าเลนส์อาจจะแตกหากโดนกระแทกในจุดนี้ หรือถ้าใครกังวล จะเปลี่ยนเคสไปเลยก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีครับ

Design

อันนี้เป็นอีกจุดเด่นของรุ่นนี้เลยครับ ฝาหลังที่เห็นนี่คือสี Diamond Black ทาง Vivo ออกแบบมาให้ไม่เหมือนใคร มีการไล่เฉดสีเเบบทูโทน สีดำตัดกับลายที่สะท้อนเเสงเป็นสีฟ้าทะเล เป็นเส้นต่างๆ สวยงามเลยล่ะครับ ส่วนตรงเลนส์กล้องเเละโลโก้มีการตัดสีทองทำให้ดูหรูหราใช้ได้ครับ แต่ฝาแบบนี้เป็นรอยนิ้วมือง่ายมากครับ ต้องติดฟิล์มด้านหลังและใส่เคสตลอด ไม่งั้นรอยเต็มแน่ครับ

นี่แหละครับ ที่บอกว่ากล้องมีขอบสีทองข้างๆ ให้ดูดี สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมกล้อง 3 ตัว มีระบบ AI ความละเอียด 16 + 8 + 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.78 กล้องมุมกว้าง Super Wide-Angle 120 องศา , Depth Sensor สำหรับเอาไว้ถ่ายภาพเเนวหน้าชัดหลังเบลอ เเละมาพร้อมไฟแฟลชเเบบ LED หนึ่งดวง
ส่วนตัวผมมองว่ากล้องยังทำผลงานได้ธรรมดาครับ ไม่ค่อยโดดเด่น อีกทั้งโฟกัสช้าไปนิดนึง เดี๋ยวมาว่ากันต่อในพาร์ทกล้องครับ

ส่วนตัวจอมาพร้อมจอแสดงผล Halo FullView Display Super AMOLED ขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) และมีสัดส่วนหน้าจอแสดงผลถึง 89.98% รุ่นนี้เป็นจอติ่งนะครับ ตรงติ่งก็จะมีกล้องด้านหน้า ส่วนตัวผมว่าติ่งเล็กๆ แบบนี้กำลังดีครับ และชอบมากกว่าจอไม่มีขอบแต่เป็นกล้องป็อบอัพด้วยซ้ำ แบบนั้นผมกลัวว่าอนาคตกล้องป็อบอัพจะไม่ทนทานนัก

กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีตำแหน่งเซนเซอร์วัดแสง และลำโพงสนทนา ส่วนตัวว่าลำโพงดังดีครับ
ส่วนด้านล่างจะเห็นว่ามีขอบอยู่บ้าง ไม่มาก
ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีอะไรลยครับ โล่งๆ
ด้านล่างเครื่องจะมีรูหูฟัง 3.5 มม. (ดีใจที่ยังอยู่) พอร์ต Micro USB ที่รองรับการชาร์จไวของทาง Vivo (Dual-Engine Fast Charging 18W) รูไมค์และลำโพงครับ สำหรับรุ่นนี้เป็นลำโพงแบบโมโน มีแค่ข้างเดียวนะครับ คุณภาพเสียงก็ทั่วไปครับ ไม่ได้โดเด่นอะไร
ด้านขวาของเครื่อง จะมีปุ่มล็อคเครื่อง และปุ่มปรับระดับเสียง

ส่วนด้านซ้ายของเครื่อง จะมีช่องใส่ Sim Card ซึ่งตัวนี้เป็น Triple Slot นะ รองรับการใส่ 2 ซิมการ์ดและ SD Card พร้อมกัน และรองรับการใช้งานสองซิมการ์ดแบบ Dual 4G และ Dual VoLTE พร้อมรองรับสัญญาณ WI-Fi ทั้ง 5Ghz และ 2.4GHz ด้วย

การโทรศัพท์ชัดเจนดีครับ เสียงดัง แต่สังเกตว่าตัว 4G รุ่นนี้ให้ความเร็วอินเตอร์เน็ตช้ากว่า 4G รุ่นอื่นในราคาใกล้เคียงกัน ไม่แน่ใจเป็นเครื่องผมคนเดียวมั้ย

รวมถึงมีปุ่มพิเศษที่ทาง Vivo ออกแบบมาสำหรับสั่งงาน Google Assistant กดทีเดียวจะเรียกเข้า Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงได้เลย

พอกดปุ่มด้านซ้ายที่บอกแล้ว เข้ามาก็จะเป็นการสั่งงาน Google Assistant ที่เราคุ้นเคยครับ สั่งงานอะไรต่างๆ ได้แบบ Siri แต่พิเศษหน่อยคือ ปุ่มด้านข้างสามารถกำหนดได้ว่าจะให้กดแล้วเข้าอะไร ผมว่าอีกหน่อย Vivo คงอัพเฟิร์มแวร์ให้ปุ่มนี้ทำหน้าที่ยืดหยุ่นได้มากขึ้น อาจจะเป็นปุ่มชัตเตอร์กล้องอะไรแบบนี้ก็ได้นะ น่าสนใจ

ตัวเครื่องโดยรวมงานประกอบโอเคนะ ปุ่มไม่ยวบยาบ แน่นหนาดี อันนี้ขอชมทาง Vivo ที่ใส่ใจเรื่องนี้แม้จะเป็นรุ่นราคาไม่แพงก็ตาม

การใช้งานทั่วไป

สำหรับรุ่นนี้รองรับการสแกนลายนิ้วมือและใบหน้า ซึ่งตัวสแกนลายนิ้วมือผมว่าทำได้โอเคสมราคาครับ อาจจะไม่ได้เร็วปรู้ดปร้าด แต่เอาเป็นว่าไม่ช้าแน่นอนครับ แต่ต้องให้นิ้วมือแห้งนะครับ ผมลองกับนิ้วมือเปียกๆ หรือชิ้นจะสแกนยากหรือไม่ค่อยติด ส่วนตัวปลดล็อคหน้า รุ่นนี้ใช้กล้องหน้าในการปลดล็อค ก็ทำได้เร็วดีครับ แต่ถ้าที่แสงน้อยอาจจะปลดล็อคช้าบ้าง แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ครับ รุ่นนี้ถ้าแสงน้อยเครื่องจะเร่งไฟหน้าจอให้สุดเพราะให้สแกนหน้าติดได้ง่ายขึ้นครับ (สามารถตั้งเปิดปิดฟังค์ชั่นนี้ได้)

สำหรับ Vivo S1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 ครอบด้วย Funtouch OS ของ Vivo เอง โดยรวมซอฟต์แวร์ต่างๆ ของ Vivo จะค่อนข้างได้รับอิทธิพลมาจาก iOS ค่อนข้างเยอะ เช่นไม่มี App Drawer รวมถึงไอคอน สีต่างๆ จะคล้าย iPhone อยู่พอสมควร
(รูปกลาง) ถ้าปัดหน้าจอไปยังซ้ายสุด จะมีส่วนที่ผมเรียกว่า การ์ด โดยจะมีทั้งทางลัด สภาพอากาศรวมถึงการแจ้งเตือนปฏิทินอะไรต่างๆ ผมว่าโอเคเลย
ส่วนอีกกิมมิคที่ผมชอบมากคือ หน้าจอ Lock Screen สามารถตั้งให้สุ่มภาพทุกครั้งที่เปิดหน้าจอขึ้นมาได้ โดยรูปจะดึงมาจาก Server ของ Vivo เอง แถมยังมีหมวดหมู่ให้เลือกด้วยนะ อย่างผมตั้งไว้ว่าให้สุ่มมาจากหมวดหมู่ไหนก็ได้ อันนี้โดนมากครับ เพราะผมขี้เบื่อง่าย :)

ส่วน Notification และทางลัด ผมว่าได้รับอิทธิพลจาก Apple มาเต็มๆ แต่สวยดีครับ ปกติ Android ทั่วไป จะต้องปัดหน้าจอจากด้านบนจึงจะขึ้น การแจ้งเตือน และทางลัดต่างๆ เช่น เปิดปิดไวไฟ แต่สำหรับ Vivo S1 หากปัดหน้าจอจากด้านบน จะเป็นการแจ้งเตือนอย่างเดียว เช่น แจ้งสายที่ไม่ได้รับ แจ้งเวลามีคนไลน์เข้ามา แต่ถ้าปัดหน้าจอจากด้านล่าง จะเป็นทางลัดต่างๆ เช่น เปิดไวไฟ เพิ่มลดแสงหน้าจอ

Vivo ทุกรุ่นจะมีธีมสโตร์ สำหรับดาวน์โหลดธีมสำหรับมือถือ มีวอลล์เปเปอร์ และหน้าล็อกสกรีน รวมทั้งฟอนท์ใช้งานก็มีให้โหลดเปลี่ยนมากมายเลย น่าจะคล้ายๆ Samsung Store รวมถึงมี App Store ของ Vivo เองชื่อ V-AppStore ซึ่งมีแอปต่างๆ ให้โหลดพอสมควรนะ บางเกมหรือแอปใน V-Appstore ก็ไม่มีใน Google Play Store ด้วยนะ อันนี้ผมชอบครับ ที่สำคัญเรื่องความปลอดภัยไว้ใจได้ เพราะ Vivo เค้าคัดแอปพลิเคชั่นมาให้เราแล้ว

และเนื่องจากรุ่นนี้ใช้จอ Super AMOLED จึงรองรับ Always on Display ด้วย รุ่นนี้ผมว่าตั้งค่าได้ยืดหยุ่นมากๆ มากกว่าคู่แข่งหลายเจ้าเลยล่ะครับ สามารถเปลี่ยนนาฬิกา สีต่างๆ ได้ เยอะมากๆ ครับ

รุ่นนี้รองรับการโคลนแอปด้วย อันนี้ผมชอบมาก เพราะแอปจาก Play Store ก็ไม่ดีเท่าแอปที่ติดมากับเครื่อง อย่างผมจะโคลน Line เพราะมี 2 ไอดี ใช้งานดีครับ เสถียร ไม่เคยแฮงค์ให้เห็นเลย
อีกอันที่ชอบคือ Easy Touch ก็คือปุ่ม Home ลอยบนหน้าจอแหละครับ สั่งการได้ทุกอย่างแทนปุ่ม Home เลย กดออกจากแอป กดค้างเพื่อดูแอปล่าสุดที่เปิดไว้ ก็ได้ครับ

รุ่นนี้รองรับการใช้งานมือเดียวด้วยครับ เพราะจอใหญ่มาก (6.38 นิ้ว) นิ้วอาจเอื้อมไม่ถึง พอกดเปิดฟังค์ชั่นนี้แล้ว จอจะบีบแคบลงไปยังด้านใดด้านหนึ่ง (เช่นด้านซ้าย หรือขวา ตามที่เราตั้ง) ทำให้เรากดง่ายขึ้น


การทำงานในหมวดหมู่ “การใช้งานอัจฉริยะ” เป็นฟังก์ชั่นการสั่งงานเครื่องโดยอาศัย Gesture และเซ็นเซอร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของเราตอนที่เครื่องยังล็อคและจอยังปิด เช่นการวาดเส้นเพื่อเปิด Facebook การเปิดหน้าจอโดยการสะบัดมือเหนือหน้าจอ นอกจากนี้ยังมีการแตะหน้าจอสองครั้งเพื่อให้สว่าง หรือแตะสองครั้งเพื่อปิดหน้าจอ อันนี้ผมชอบมากครับ เพราะจะได้ไม่ต้องกดปุ่มล็อคบ่อยๆ เป็นการถนอมปุ่มไปด้วย

อีกฟังค์ชั่นที่ชอบคือการโทรอัจฉริยะ อย่างรุ่นนี้ใช้เซนเซอร์ตรวจจับว่า ถ้าสายเข้าแล้วเราแค่ยกหู ไม่ต้องกดปุ่มอะไร มันจะรับเอง หรือพลิกเครื่องเพื่อปิดเสียง ดูจะเป็นหลักการง่ายๆ แต่ผมใช้บ่อยมากครับตัวนี้

รุ่นนี้ใช้ประโยชน์ของความเป็นจอใหญ่ได้ดีครับ โดยรองรับการเปิด 2 แอปพร้อมกัน วิธีใช้ง่ายๆ ครับ แค่ใช้ 3 นิ้วลากจากบนลงล่าง จากนั้นก็จะขึ้นให้เราเลือกเปิดอีกแอปพลิเคชั่นได้ง่ายๆ สะดวกและใช้ได้ดีเลยครับ อย่างผมชอบเปิด youtube ไปพร้อมๆ กับเล่น Facebook เพลินๆ สนุกๆ ดีครับ ผมคิดว่ามันทำให้ได้ใช้ประสิทธิภาพเครื่องเต็มที่ขึ้นด้วย

Performance

สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมกับ CPU Mediatek Helio P65 และ ใช้ RAM 6 GB คะแนนจากการทดสอบประสิทธิภาพ ตัวคะแนน Antutu ทำได้ที่ 145948 คะแนน และทดสอบ GeekBench นั้นทำไปได้ คะแนน 1842 คะแนนใน CPU 1 Core และ 5971 คะแนนใน CPU Multi-Core ส่วนความเร็วการอ่านเขียน Memory อยู่ที่ 286 / 176 Mbs อาจจะไม่ได้เร็วมากนักเพราะใช้ eMMC แต่ก็ใช้ได้ทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวันได้ครับ


แต่ถึงแม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่รองรับการสัมผัส 10 จุดพร้อมกันนะครับ แถมยังสัมผัสได้ดีไม่หลุดด้วย ส่วน Sensor นี่ก็พื้นฐานให้มาครบ จะขาดแค่เซนเซอร์ความดันและอุณหภูมิเท่านั้นเอง นอกนั้นที่จำเป็นๆ มาครบครับ

Screen

สำหรับจอรุ่นนี้เป็นแบบ Super Amoled ขนาดกว้าง 6.38 นิ้ว หน้าจอแบบ Halo FullView Display ความละเอียด FHD+ (2340×1080 พิกเซล) ข้อดีของจอ Ameled คือสีจะจัดจ้าน ซึ่งส่วนตัวผมชอบจอแบบนี้อยู่แล้ว พอมาเป็นรุ่นนี้ก็ให้สีสดดีครับ จัดจ้านสวยงาม ที่สำคัญตัวนี้สู้แสงได้ดีมาก เล่นกลางแดดนี่ก็ยังเห็นนะ แม้จะเป็นรุ่นราคาไม่แพงแต่จอกลับทำออกมาได้คุณภาพดีมากๆ ครับ จอรุ่นนี้เป็นจอติ่ง ไม่ใช่จอเต็มขอบแต่มีกล้องป็อบอัพ อย่างที่บอกครับว่าผมยังไม่ไว้ใจชิ้นส่วนกล้องป็อบอัพเท่าไรนัก และตัวติ่งเองก็มีขนาดเล็ก สำหรับผมถือว่าไม่เกะกะสายตาครับ

Sound

สำหรับลำโพง รุ่นนี้มีลำโพงมาให้แค่อันเดียว รูลำโพงอยู่ด้านล่างของเครื่อง ฝั่งขวา เสียงที่ได้ผมว่าธรรมดา ออกจะแห้งๆ ไปนิดนึง ไม่ค่อยมีมิติเสียงมากนัก เสียงจะออกไปทางแหลมๆ เบสมาน้อยมาก แทบไม่มีเลยผมว่า แต่เพราะเสียงแหลมๆ เลยทำให้เสียงนักร้องชัดเจนไปด้วย ซึ่งก็แล้วแต่คนชอบครับ แต่เรียงความดังนี่ผมว่าทำได้ดีเลย เสียงดังดี ฟังเพลง หรือเล่นเกมเสียงดังๆ ผมว่าใช้ได้ครับ ดังมากๆ แถมเปิดดังแล้วเสียงไม่แตกด้วย ตรงนี้ขอชมครับ

สำหรับเสียงจากหูฟัง ที่แถมมาให้ในกล่อง เสียงก็ให้มิติที่ปานกลางครับ ดีกว่าลำโพงมาหน่อยนึงเลย กำลังขับเสียงเบสมีอยู่บ้าง กำลังโอเคครับ เสียงนักร้องชัดเจนดี ผมว่าพอเป็นหูฟังแล้วเสียงมีความนุ่มหูมากขึ้น ไม่แหลมจัดแบบลำโพง (แต่โดยรวมก็ยังถือว่าแหลมอยู่เมื่อเทียบกับหูฟังอื่นๆ) ส่วนเรื่องความดังก็สอบผ่านครับ ดังใช้ได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าลำโพให้ความดังมากกว่า

Game

Vivo ทุกรุ่นจะมาพร้อม Ultra Game Mode ก็คือโหมดเกมส์นะแหละครับ โดยมือถือจะปรับตั้งค่าให้เหมาะสำหรับเวลาเล่นเกมโดยเฉพาะ เช่น บล็อคการแจ้งเตือนทั้งหมด เวลาใครโทรหรือไลน์มาจะได้ไม่รบกวน โหมด E-Sport ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่อง เช่น เร่งให้ GPU แรงขึ้น ลดอุณหภูมิขณะเล่นเกม


เมนูนี้จะขึ้นทุกครั้งเวลาเข้าเกม (ตั้งให้ไม่ต้องโชว์ได้) ซึ่งโหมดเกมจะทำงานอัตโนมัติที่เราเข้าเกมครับ โดยระบบจะเพิ่มความแรงของ CPU ปรับการใช้ RAM ให้เน้นเล่นเกมโดยเฉพาะ

รุ่นนี้อย่างที่บอกว่ามาพร้อม CPU Octa-Core MediaTek (MT6768) Helio P65 และ GPU Mali-G52 2EEMC2 ซึ่งถือว่าเป็น CPU Mid range ครับ ระดับกลางๆ เลยอาจจะไม่ได้แรงอะไรมากมาย แล้วตัว MediaTek ส่วนตัวผมว่าก็ไม่ได้แรงเท่า Snapdragon อยู่แล้ว

ถ้าเป็นเกมเบาๆ ที่ใช้กราฟฟิคไม่สูงนักแบบ Gardenscape นี่สบายครับ เล่นเพลินลื่นๆ ไม่มีกระตุกเลย ไม่ต้องเปิด Ultra Game ก็เล่นได้สบายๆ ครับ

ถ้าเป็นเกมที่กินสเปคหนักๆ แบบ PUBG ผมมองว่าก็ทำได้สมราคาครับ การโหลดเข้าฉาก โหลดเข้าเกมก็ไม่ช้านัก อาจจะเพราะระบบ Ultra Game ที่ช่วยไว้ แต่ความลื่นไหลผมจัดว่าธรรมดาครับ ตั้งแต่เล่นมามีอาการกระตุกบ้าง เช่นฉากโดดร่ม บ้านเป็นดินน้ำมันบ้าง แต่ก็ไม่นาน หรือฉากที่มีรายละเอียดเยอะๆ ก็จะมีกระตุกบ้างครับ หรือเฟรมเรทอาจจะตก ส่วนความลื่นไหลก็ธรรมดาครับ ถ้าเทียบเป็น Framerate อาจไม่สูงนัก ราวๆ 20 FPS ต้นๆ (ปรับกราฟฟิคต่ำสุดแล้ว) ก็ถือว่าเล่นได้แหละครับ แต่อาจไม่ได้ลื่นไหลอะไรเพราะข้อจำกัดของสเปคและราคาแค่นี้ ทำได้ขนาดนี้ผมก็ว่าโอเคแล้วนะครับ

GPS

ตัวนี้ GPS ดีกว่าที่คิดนะครับ ในที่ร่ม จับ GPS ได้ที่ 47/20 ในที่กลางแจ้งจับได้ 46/17 ถือว่าทำได้ดีทั้งที่ร่มและที่กลางแจ้ง ที่สำคัญการนำทางต่างๆ โอเคเลยครับ ถือว่าสอบผ่าน เพราะอัพเดตตำแหน่งค่อนข้างไว ไม่เพี้ยน ที่สำคัญตั้งแต่ใช้มายังไม่เคยเจอปัญหา GPS วืด หรือดับกลางคัน ขับรถขึ้นสะพาน ทางด่วน ลงอุโมงค์หรือไปที่ไกลๆ ก็ยังจับได้ดีครับ อันนี้ขอชม

Battery / Charge

รุ่นนี้ให้ขนาดแบตเตอรี่ที่ 4,500 mAh พร้อมระบบชาร์จไว Dual-Engine Fast Charging 18W ซึ่งเรื่องแบตขอชมครับว่า อึดมากกกก อาจจะเพราะขนาดแบตที่ใหญ่ด้วย ลองดูในภาพได้ครับ ผมใช้งานทั่วไปมา 2 วัน เล่นเกม PUBG นิดหน่อย (ไม่ถึงตา) หนักไปทางใช้งานทั่วไป เล่นเฟส ดูยูทูป ละก็คุยไลน์ ผมใช้งานมา 1 วันกว่าๆ แล้ว แบตยังเหลือ 25% ตรงนี้ขอชมครับว่าแจ่มจริง แต่ได้ลองใช้งานหนักๆ แบบเล่นเกม กราฟฟิคเยอะๆ แบตก็ลดไวเหมือนกัน เฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 10-15% (แต่ก็ยังถือว่าอึดอยู่ดี) อีกอันที่จะกินแบตหน่อยก็คือ GPS ถ้าใช้นำทางนี่ เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบๆ 16-18% เลยครับ กินพอสมควร แต่ถ้าใช้งานปกติทั่วๆ ไปที่ไม่หนัก รับรองว่า 2 วันสบายๆ ครับ

ส่วนการชาร์จแบต ผมได้ลองชาร์จตั้งแต่ 1-100% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหน่อยๆ ก็ถือว่าโอเคครับ อาจจะไม่เร็วมากเพราะมันแค่ 18W ถ้าได้หัวชาร์จซัก 27W ผมว่าอาจจะเหลือประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งได้ครับ เพราะรุ่นนี้แบตเตอรี่ค่อนข้างใหญ่

Camera

ไม่พูดไม่ได้เลยสำหรับกล้อง เพราะเค้าชูจุดเด่นที่มีให้ 3 เลนส์ในราคาต่ำกว่าหมื่น โดยเป็น AI Triple Camera มีเลนส์ปกติ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.7 + เลนส์ Ultra-Wide ( มุมกว้าง ) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2 และเลนส์ Depth Sensor 2 ล้านพิกเซล (สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ) ค่ารูรับเเสง f/2.4 มาพร้อมไฟแฟลชแบบ 1 ดวง พร้อมระบบ AI แยกฉากต่างๆ และ AI ที่ทำให้ใบหน้าของคุณสวยมากขึ้นแม้จะอดนานมาเต็มที 555

มีระบบโปรที่ก็ทั่วๆ ไป ปรับค่า Speed Shutter ISO อะไรต่างๆ ได้ รวมถึงถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียด 1080P (Full HD) แต่ได้แค่ 30FPS เท่านั้นนะ แอบเสียดายเหมือนกัน

สำหรับคุณภาพโดยรวม ถ้าตอนกลางวันก็โอเคอยู่ ทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ Wide คือภาพชัด คมชัดดี โฟกัสไม่ช้า เรื่องสีจะค่อนข้างตรงกับความเป็นจริง ไม่สีสดจ๋าเหมือนบางแบรนด์ แต่มีข้อสังเกตเล็กน้อยที่ความละเอียดของภาพ ถ้าซูมมาดูแล้ว ความละเอียดจะน้อยกว่า แบรนด์อื่นในราคาเดียวกันอยู่บ้างครับ

การถ่ายหน้าชัดหลังเบลอก็เบลอได้โอเคครับ ขอบก็เนียนในระดับหนึ่ง เรียกว่าใช้ได้ครับ แต่ถ้าที่แสงน้อยบอกเลยว่าไม่ค่อยโอเค

ถ้าเป็นกลางคืนแต่มีแสงไฟอะไรต่างๆ ก็ยังพอไปไหว ยังถ่ายได้แม้ภาพจะเริ่มมี Noise มากขึ้น เริ่มเป็นวุ้นๆ และโฟกัสช้าลง แต่ถ้าเป็นกลางคืนที่แสงน้อย ก็เข้าใจว่าเรทนี้ ส่วนตัวค่อนข้างผิดหวัง ภาพเป็นวุ้นชัดเจน โฟกัสช้าและหลุดโฟกัสง่ายมาก ถ้าถ่ายในที่แสงน้อยมือต้องนิ่งและยืนค้างไว้อีกสักพักหลังจากกดชัตเตอร์ ไม่อย่างนั้นจะเบลอทันที อีกืั้งสีก็ค่อนข้างดรอปพอสมควร

และสำคัญเลยคือตอนกลางคืนโดยเฉพาะแสงน้อย หากจะใช้เลนส์ Wide ต้องหามุมดีๆ เพราะภาพจะมืดและสีจะดรอปจากเลนส์ปกติแบบเห็นได้ชัดเลย หากถ่ายไม่ดีภาพจะเบลอและความคมชัดจะหายไปพอสมควร นี่ก็เป็นข้อพิจารณาสำหรับคนที่เน้นกล้องว่า รุ่นนี้ยังทำออกมาได้ไม่โดดเด่นนัก ถ้าไม่ซีเรียสหรือใช้แค่กลางวันคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าจะเน้นถ่ายกลางคืน ลองตัดสินใจดีๆ ครับ ลองดูภาพจากด้านล่างนี้ได้เลย

ภาพจากเลนส์ปกติ

รุ่นนี้เค้ามีโหมดบิวตี้ กับ Filter ภาพสวยๆ ด้วยนะ ปรับภาพให้น่ารักแบบพาสเทลได้ง่ายๆ ^_^
เรียกว่าทำหน้าที่ได้สมราคาครับ ไม่ได้ดีมากอย่างที่เล่าไปครับ ความละเอียดภาพไม่สูงนัก สีผมว่าบางทีก็สด บางทีก็ซีด ตัว White Balance อาจจะยังไม่เสถียร และการโฟกัสไม่ไวนัก หากภาพมีการเคลื่อนไหวเช่น คนเดินผ่าน ภาพจะเบลอ

ในที่ย้อนแสงก็จะเริ่มมืด HDR ในเครื่องไม่ค่อยช่วยมากนัก ภาพก็จะมืดและมี Contrast สูง แต่ในที่แสงน้อยจริงๆ กลางคืนหรือแสงน้อยมากๆ อันนี้คือปัญหาของรุ่นนี้ครับ เพราะความละเอียดหายชัดเจน ภาพเบลอง่ายมาก บางทีผมแทบไม่ขยับมือแต่ก็เบลอ (โฟกัสหลุดง่าย) ที่สำคัญ Noise ในภาพค่อนข้างมาก และดูวุ้นๆ ผมว่ารุ่นนี้ยังไม่ค่อยเวิร์คถ้าจะมาถ่ายช่วงกลางคืน เหมาะสำหรับถ่ายกลางวันหรือที่แสงมากดีกว่าครับ

ภาพจากเลนส์ Wide

จะเห็นว่าถ้ามีแสงมากพอ สว่างหรือแสงไฟเยอะ เลนส์ Wide ก็ทำหน้าที่ได้ดีครับ ภาพคมชัดใช้ได้ แต่ถ้าเป็นที่แสงน้อยเมื่อไร ภาพจะเป็นวุ้นๆ กว่าเลนส์ปกติชัดเจน และภาพค่อนข้างแตก และเสียรายละเอียดพอสมควร ถ้าจะใช้เลนส์ Wide แนะนำว่าให้เป็นช่วงกลางวันหรือที่แสงมากจะดีกว่า

อีกข้อสังเกตจากผมคือเลนส์ Wide จะให้สีภาพที่ซีดลงกว่าเลนส์ปกติเล็กน้อย ก็เป็นข้อพิจารณาอีกข้อครับ

Selfie

สำหรับกล้องหน้า ให้ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมค่า f/2.0 มีโหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอ ก็เบลอฉากได้โอเคดี และโหมด AI Beauty ถ่ายหน้าสวยๆ ช่วยแต่งหน้าจากกล้องให้ได้เลย พร้อมระบบ AI ที่ปรับตามฉากได้ กล้องหน้าตัวนี้เป็น Fixed Focus แต่ก็ระยะโฟกัสโอเคนะ ในกลางวันหรือที่แสงมากๆ นี่โอเคเลย สวยงาม หน้าผมเนียนกว่าตัวจริงเยอะ 555 แต่ถ้าที่แสงน้อย กล้องหน้ารุ่นนี้ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก ภาพจะวุ้นๆ ความละเอียดจะหายไปทันที แต่ส่วนใหญ่ Selfie ก็ถ่ายในที่แสงมากๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโดยรวมไว้ใจได้ครับ ถ่ายให้หน้าสวยได้ง่ายๆ พกไปเที่ยวแล้วถ่ายเซลฟี่ผมว่าโอเคครับ ลองดูภาพจากด้านล่างได้เลย

รุ่นนี้มี Filter สวยๆ ให้เลือกเยอะครับ ทำให้สีภาพสวยและมีระบบแต่งหน้า สังเกตว่าหน้าทั้งคู่ดูเนียนเหมือนทารองพื้น ก็มาจากฟังค์ชั่นแต่งหน้าของเค้าละครับ ของจริงโทรมกว่านี้มาก :(

โดยรวมก็โอเคครับ ชอบตรงที่โหมดแต่งหน้า ทำให้หน้าแบบผมดูดีขึ้นทันที 555 แต่จะดีเฉพาะตอนกลางวันหรือที่แสงเยอะนะครับ ถ้าที่แสงน้อย ก็ไม่ค่อยโอเคเช่นเดิม

สรุป

Vivo S1 กล้อง 3 ตัว สแกนนิ้วมือใต้จอ แบตอึดโคตร ในราคาคุ้มค่าสุดๆ

โดยสรุปแล้วรุ่นนี้เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มค่าครับ เน้นสเปคแน่นๆ เพราะราคาแค่นี้คุณได้สเปคแจ่มๆ ทั้งกล้องสามตัว สแกนลายนิ้วมือใต้จอ แถมยังมีระบบชาร์จไวและแบตก็อึดสุดๆ คือ 2 วันนี่สบายๆ ครับถ้าไม่เล่นเกมมากนักหรือเล่นแบบโหดๆ อย่างผมตั้งแต่ใช้มา บางที 2 วันกว่าๆ ก็ยังมีครับ GPS ก็ดีมากๆ ครับ นำทางแม่น เสถียร ตรงนี้เกินความคาดหมายผมไปเลยครับ จะติดเรื่องเกมที่ถ้ากราฟฟิคสูงๆ อย่าง PUBG ยังไม่ค่อยประทับใจนัก เล่นได้ขำๆ ไม่ถึงกับลื่นไหลเท่าไรนัก คือถ้าเกมกราฟฟิคสูงๆ ผมว่าลองไปเล่นที่ช็อปก่อนดีกว่าว่ารับได้มั้ย ส่วนตัวผมไม่ค่อยประทับใจถ้าจะเล่นเกมหนักๆ แต่ถ้าเกมทั่วๆ ไปสอบผ่านครับ เล่นได้ลื่นๆ เลย แต่ที่สำคัญรุ่นนี้แม้ราคาจะไม่แพงแต่ระบบสัมผัสของหน้าจอทำออกมาได้ดีนะครับ ทัชไม่หลุดเลย ละก็ทัชแม่นดี เล่นเกมนี่สบายๆ ไม่มีหงุดหงิดครับ ตรงนี้ขอชมครับ

อีกจุดเด่นที่ผมชอบคือสีครับ ทำสีออกมาได้แจ่มจริงๆ สวยมากครับ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Skyline Blue และ Diamond Black สนนราคาแค่ 8,990 บาท หาซื้อได้ตาม Shop Vivo และซื้อออนไลน์ได้ครับ ทั้ง Lazada Shopee มีหมดเลยครับ อาจจะได้ราคาถูกกว่านี้ด้วยครับ

ยังไงก็ขอฝาก Vivo S1 ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหา Smartphone ที่คุ้มค่า ราคาไม่แพงและได้สเปคที่ครบเหมือนรุ่นใหญ่ๆ เลยครับ

Disclaimer: ราคาที่แสดงบนเว็บไซต์เป็นเพียงตัวชี้วัดว่าสินค้านั้นมีค่ามากเท่าไร ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของร้านค้านั้นๆ หากสินค้าใดไม่แสดงราคาหรือคุณหาสินค้าใดๆ ไม่พบ โปรดส่งอีเมลมาหาเราได้ที่ [email protected]

8.0
ซื้อมาจาก บาท 7,580.00

เพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นานสำหรับ Vivo S1 ซึ่งตัวนี้ Vivo เองภูมิใจนำเสนออย่างมาก เป็น Series ที่ราคาคุ้มค่า มาพร้อมฟังค์ชั่นจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 3 ตัว (เลนส์ปกติ เลนส์ Tele และเลนส์ Super Wide) รวมถึงสแกนลายนิ้วมือใต้จอ จอก็สวยมากๆ เพราะเป็น Super AMOLED สีสด จอสู้แสงได้ดี แถมจอใหญ่ด้วย 6.38 นิ้ว ที่สำคัญทั้งหมดนี้มาในราคาแค่ 8,990 บาทเท่านั้น บางเว็บอาจได้ราคาต่ำกว่านี้ด้วย โดยสรุปรุ่นนี้เป็นรุ่นที่คุ้มค่าสุดตาราง ในราคาแค่นี้ครับ

shopping_cart Lazada Thailand shopping_cart Shopee Thailand
What’s Good
  • จอภาพสี สีสวยใช้ได้ สู้แสงดี
  • แบตอึดมากกก ขนาดใหญ่ 4,500 mAH ใช้งานได้ 2 วัน
  • กล้องหน้าภารสวยงามดี
  • กล้องหลังมีถึง 3 เลนส์ ถ่ายได้ทุกสถานการณ์
  • การทัชค่อนข้างดี ไม่มีหลุดเลย
  • GPS นำทางดีมากในค่าตัวแค่นี้ ไม่มีอาการหลุดแม้จะลงอุโมงค์
  • เครื่องสีสวยครับ จี๊ดจ๊าดดีผมชอบ
  • ราคาแค่นี้แต่ให้ Ram 6GB และ ROM 128GB คุ้มค่ามากๆ ขอชมครับ
  • รับสัญญาณ Wifi ดีใช้ได้ ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz
What’s Bad
  • กล้องหลัง ทั้ง 3 เลนส์เวลาแสงน้อยภาพจะไม่คม ความละเอียดจะหายไปเยอะ และจะโฟกัสหลุดบ่อยครับ
  • โดยเฉพาะกล้อง Wide ถ้าแสงน้อยคุณภาพจะหายไปเกินครึ่ง
  • การเล่นเกมหนักๆ ยังไม่น่าประทับใจนัก ยังมีอาการกระตุกให้เห็น
  • พอร์ตชาร์จยังเป็น Micro USB คู่แข่งหันไปใช้ USB Type C หมดแล้ว
  • แม้จะรองรับชาร์จไวแต่ก็ยังแค่ 18W น่าจะให้มากกว่านี้เพราะรุ่นนี้แบตขนาดใหญ่ถึง 4,500 mAh
  • เสียงจากลำโพงยังธรรมดา แบนๆ ไม่ค่อยมีมิติเท่าไร
  • การใช้อินเตอร์เน็ต 4G จากรุ่นนี้รู้สึกว่าช้ากว่ารุ่นอื่นในราคาใกล้เคียงกัน ดูเหมือนเน็ต Cellular จะยังไม่ค่อยเวิร์คมากนัก
Recommended Reading

บันทึกตอนนี้เลย แล้วซื้อทีหลัง เราจะแจ้งคุณถ้าราคาลด